“มาร์ค” อัด “ปลอดประสพ” อย่าพูดลอยๆ หลังบอกปีนี้น้ำท่วม1% แนะ แยกพื้นที่ให้ชัดมีมาตรการรับมืออย่างไร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางBlue Sky Channel ถึงกรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์แสดงความมั่นใจว่าปีนี้น้ำจะเพียง1%ว่า ปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ หากน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างเยอะก็จะทำให้ปัญหาเช่นปีที่แล้วไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ตนอยากให้รัฐบาลดำเนินการคือ ควรสรุปออกมาว่าแต่ละพื้นที่อาทิ พิษณุโลก นครสวรรค์ อ่างทอง อยุธยา ฯลฯมีการเตรียมการแตกต่างจากปีที่ผ่านมาอย่างไรเช่น พื้นที่รับน้ำเพิ่มขึ้น  มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำมากขึ้น  เพราะจะทำให้ประชาชนมีความอุ่นใจ แต่ขณะนี้ความแตกต่างที่ประชาชนจับต้องได้คือ นิคมอุตสาหกรรมที่ได้สร้างเขื่อนรอบนิคม แต่หากพูดตัวเลขลอยๆ1%ก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนมองเห็นภาพได้
ส่วนคำถามจากประชาชนที่อยู่รอบแนวนิคมอุตสาหกรรมหากมีน้ำท่วมมาชนกำแพงแล้วมาท่วมชาวบ้านนั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ตนถึงบอกว่า จำเป็นต้องไล่ดูเป็นพื้นที่ว่า ตกลงความเปลี่ยนแปลงคืออะไร ฉะนั้นที่ตนกล่าวถึง นิคมอุตสาหกรรมมาก็เพื่อจะให้เห็นว่า หากการก่อสร้างอยู่ประมาณ 50% แล้วบริเวณภายนอกทำยังไง แตกต่างอย่างไร มีผลกระทบอย่างไร ตนคิดว่ารัฐบาลควรใช้เวลาในช่วงนี้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่า เมื่อถึงเวลาจริง ๆ แล้วจะมีการบริหารจัดการกันอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงพื้นที่รับน้ำ 3 ล้านไร่ว่า ไม่มีคำอธิบาว่า อยู่ในพื้นที่ใด การบริหารจัดการ และการชดเชยเยียวยาในกรณีที่ไปกระทบต่อประชาชนซึ่งตนคิดว่าตรงนี้คือปัญหา การที่ประกาศเป็นนโยบายว่า ทุกอย่างพร้อมในเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ก็ต้องเอามาให้ดูเพราะใช้เงินไปนับแสนล้านบาท ตกลงการเตรียมความพร้อมแตกต่างจากเดิมอย่างไร
ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง TOR ในการเชิญเอกชนทั้งในและต่างประเทศ มาเสนอแผนบริหารจัดการน้ำ งบประมาณ 3 แสนล้านโดยวันนี้กระทรวงการต่างประเทศจะได้เชิญเอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ เข้ามาฟังเรื่องของ TOR นายอภิสิทธิ์เห็นว่า ตนคิดว่ายังไม่ค่อยชัดเจนว่า ตกลงโครงการที่ระบุนั้นคือโครงการอะไรบ้าง การให้ต่างชาติเข้ามาตนไม่ขัดข้อง ถ้าคิดว่าจะทำให้เราได้สิ่งที่ดีขึ้นและราคาถูกลงไป แต่คงไม่ได้หมายความว่าไปตัดสิทธิ์คนไทย
นายอภิสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่แน่ใจเพราะคิดว่า ขณะนี้โครงการต่าง ๆ ยังขาดรายละเอียดที่จะบอกกับสังคม และตนไม่ทราบว่าทางเทคนิคจะเป็นอย่างไร เราคุยกันหลาครั้งเพราะแปลกใจที่รัฐบาลนี้ไม่นำงานเป็นตัวตั้ง และจะป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไร จะใช้งบประมาณเท่าไหร่ จะหาเงินมาจากไหน และจะให้ใครมาทำ แต่รัฐบาลนี้ไม่คิดแบบนี้ อยากใช้เงินเท่านี้ จะทำอะไรก็ยังตอบไม่ได้ มันกลับหัวกลับหางกันหมด รัฐบาลดูเหมือนจะชอบการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ใช้งบประมาณมากจำนวนมาก กู้เงินเยอะ ๆ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำอะไร