“มาร์ค”อัด “สุกำพล” ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย หลังมุ่งโต้ฝ่ายค้านมากกว่าทำความเข้าใจต่อปชช. กรณีถอนทหารปราสาทพระวิหาร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางBlue Sky Channel ถึงกรณีวันที่18 ก.ค.ไทยและกัมพูชาทำการถอนกำลังทหารออกจากบริเวณประสาทพระวิหารตามมติศาลโลก ว่า จากการให้สัมภาษณ์ของพลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการประทรวงกลาโหม ระบุว่า ไม่ได้เป็นในลักษณะข้อตกลง แต่ต่างคนต่างทำ ซึ่งตนคิดว่าการที่พูดในลักษณะนี้เพราะเริ่มกังวลว่า หากเป็นข้อตกลงจะต้องนำเข้าที่ประชุมสภาหรือไม่ จึงพยายามเลี่ยงว่าไม่ใช่ข้อตกลง แต่ตนแปลกใจที่พลอากาศเอกสุกำพลพยายามที่จะตอบโต้ฝ่ายค้านมากกว่าชี้แจง เพื่อสร้างความเข้าใจ ซึ่งมีท่าทีที่แตกต่างจากพลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะเดียวกันกรณีนี้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ปกติเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และการที่ระบุว่าต่างคนต่างทำตนจึงมีความเป็นห่วงว่า เราได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบหรือไม่ว่าการปรับกำลังของเราจะไม่ส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงและอธิปไตยในวันนี้หรือวันข้างหน้า ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้ประชาชนคนไทยมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถาม ท่านเป็นคนทำงานก็มีหน้าที่ชี้แจง 

          ต่อกรณีนี้มีความจำเป็นที่จะต้องมีประเทศอินโดนิเซียเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วยหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์เห็นว่า กรณีประเทศที่สามตนไม่สนับสนุนให้เข้ามา เพราะการที่อินโดนิเซียเข้าสังเกตการณ์ในขณะนั้น เกิดจากปัญหาการปะทะระหว่างทหารของไทยและกัมพูชา แต่ในขณะนี้ไม่ได้มีการปะทะกันแต่อย่างใด จึงทำให้แนวความคิดที่จะให้อินโดนิเซียเข้าสังเกตการณ์ในการถอนทหารเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะเปลี่ยนไปจากบทบาทของอินโดนิเซียตั้งแต่ต้น

          นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพราะเป็นเรื่องของอธิปไตย  พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการที่จะไปทะเลาะกับใคร ฉะนั้นพลอากาศเอกสุกำพลควรจะเข้าใจระบอบประชาธิปไตยว่าประชาชนของประเทศมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบ
                ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ยังกล่าวย้ำว่า รัฐบาลจะต้องยืนยันและพูดคุยกับกัมพูชาในกรณีที่ชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอาศัยในพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเป็นการละเมิดMOU 

          นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์กล่าวแสดงความยินดีต่อพลเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(กตช.)มีมติเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทนพลเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะเกษียนอายุราชการในเดือนกันยายน พร้อมกับขอให้พล.อ.อดุลย์ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและเที่ยงตรง เที่ยงธรรม เพราะตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม