“กทม.” มั่นใจปีนี้น้ำไม่ท่วมพื้นที่ "พร้อมเผย" ร่วมกับอบจ.สมุทรปราการบูรณาการจัดการน้ำ

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หารือข้อราชการกับนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประเด็นความร่วมมือการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนของท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนตรวจความพร้อมของการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำบริเวณแก้มลิงฝั่งตะวันออก บริเวณสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ และสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร 1 และ 2

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า จากความร่วมมือร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการและ กทม.โดยเฉพาะการบริการจัดการน้ำ มั่นใจว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกทม. เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นปลายน้ำที่สามารถช่วยระบายน้ำจากทุกจังหวัดลงสู่ทะเลได้ อีกทั้งมีความพร้อมในการรองรับปริมาณน้ำโดยมีสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิของกรมชลประทานที่มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 4 เครื่องสามารถสูบน้ำได้วันละ 100 ลบ.เมตรต่อวินาที รวมทั้งมีสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร 1 และ 2 ที่มีเครื่องสูบน่้ำรวม 20 เครื่อง สูบน้ำได้วันละ 120 ลบ.เมตรต่อวินาที โดยทั้งหมดนี้เป็นความร่วมมือของจังหวัดสมุทรปราการและกรมชลประทานที่จะทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้สำหรับคลองสายหลักที่ยังไม่ได้ดำเนินการขุดลอก และอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งมีการมอบหมายให้หน่วยงานภายนอกดำเนินการ เช่น คลองลาดพร้าว คลองบางซื่อ และบึงมักกะสัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เริ่มดำเนินการ คงต้องฝากไปยังรัฐบาลให้ติดตามความคืบหน้าเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว

นอกจากนี้ยังได้มีการหารือประเด็นความร่วมมือการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนและระบบสาธารณูปโภคของท้องถิ่น ซึ่งสามารถดำเนินการดังกล่าวได้ เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีฎาอยู่หลายฉบับที่รองรับ อาทิ การประปา การไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชน เป็นต้น เบื้องต้นทางนายกอบจ.สมุทรปราการจะศึกษาข้อมูลในพระราชกฤษฎีกาต่อไปในการดำเนินสร้างระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ระหว่างสถานีแบริ่งถึงสถานีบางปู อีกทั้งยังได้มีการหารือในระบบการบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานคร โดยได้ยกตัวอย่างการจัดการการบำบัดน้ำเสียขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นพัทยา ซึ่งได้นำเอาน้ำเสียที่บำบัดนำไปแปปรูปเป็นน้ำดิบในราคาลิตรละ 50 สตางค์ และกทม.จะนำไปพัฒนาในโรงงานบำบัดน้ำเสียและกำจัดไขมันทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ หนองแขม และอ่อนนุชต่อไป