เปิดรายงาน “คอป.” ยันชายชุดดำมีจริง หลักฐานชัดทำคนตาย 9 ศพ

คอป.เผยรายงานเหตุรุนแรงปี 53 ฉบับสมบูรณ์ ยันชายชุดดำมีจริง มีผุ้เสียชีวิตเพราะชายชุดดำ 9 คน ขณะที่ศอฉ.บกพร่องไม่ประเมินผลการปฏิบัติการในสถานการณ์จริง ทั้งที่ทหารใช้กระสุนจริงแต่ผู้บริหารศอฉ.บางคนยังเชื่อว่าใช้แค่กระสุนซ้อม
วันนี้ ( 17 ก.ย.)  ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน รัชดา  นายคณิต  ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอ ป.) พร้อมกรรมการคอป. แถลงข่าวสรุปผลรายงานคอป.ฉบับสมบูรณ์หลังครบวาระการทำงาน 2 ปี  โดยเนื้อหาในรายงานฉบับสมบูรณ์มีจำนวนเกือบ 300 หน้า พร้อมภาคผนวกเกี่ยวข้องกับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ผ่านมาของคอป.
โดยนายสมชาย  หอมลออ  กรรมการคอป. กล่าวว่า  จากการตรวจสอบพบเหตุรุนแรงมีผู้เสียชีวิต 92 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 8 คน ตำรวจ 2 คน ที่เหลือเป็นผู้ชุมนุม ไม่รวมคดีการเสียชีวิต 3 ศพ ที่สมานเมตตาแมนชั่น โดยทั้ง 92 คน มีหลักฐานเสียชีวิตเพราะชายชุดดำ 9 คน แยกเป็นทหาร 6  ตำรวจ 2 คน และกลุ่มคนรักษ์สีลม 1 คน   โดยเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความสูญเสียมากที่สุดที่แยกคอกวัว และถนนดินสอ  มีผู้เสียชีวิต 26 คน เป็นพลเรือน 21 คน รวมสื่อต่างประเทศ และทหาร 5 คน บาดเจ็บรวมกว่า 864 คน  ในจำนวนนี้เป็นทหารที่บาดเจ็บกว่า 300 คน

นายสมชาย กล่าวต่อว่า พบหลักฐานคนชุดดำ คือบุคคลที่ไม่ทราบฝ่ายแน่ชัด ไม่ประกาศตัวชัด แต่ใช้อาวุธสงครามโจมตีเจ้าหน้าที่ทั้งก่อนและหลัง 10 เม.ย. 2553 จากหลักฐานกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ  พบมีการใช้ เอ็ม 79 และปืนเล็กยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่ด้วย  โดยการเสียชีวิตของพล.อ.ร่มเกล้า  ธุวธรรม  พบว่าเสียชีวิตเพราะระเบิดเอ็ม 67 ไม่ใช่กระสุนปืนอย่างที่เคยเข้าใจ  นอกจากนี้ยังพบปฏิบัติการณ์ของชายชุดดำได้รับการสนับสนุนของการ์ดนปช. 6 คน  โดยมีหลักฐานว่าพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง มีส่วนรู้เห็นด้วยเนื่องจากทั้งก่อนและหลังเกินเหตุรุนแรงพบว่าเสธ.แดงได้ ปรากฏตัวในบริเวณดังกล่าวด้วย

สำหรับเหตุการณ์ในวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งต้องการให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านโดยวิธีการของเจ้าหน้าที่คือการเข้ากระชับ พื้นที่บริเวณสวนลุมพินี  โดยหวังว่าการกดดันจะทำให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายและไปขึ้นรถที่เตรียมไว้ที่สนาม กีฬาแห่งชาติ แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่เคลื่อนไปมีความรุนแรงเกิดขึ้นและมีผู้เสียชีวิต  โดยช่วงราชดำริขึ้นไปแยกสาระสิน มีผู้เสียชีวิต 6 คน  เป็นทหาร 1 คน  นักข่าวต่างประเทศ  1  คน ส่วนที่เหลือเป็นผู้ชุมนุม  โดยทหารเสียชีวิตเพราะเอ็ม79

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้จัดการชุมนุมควรจัดให้ทุกอย่างอยู่ตามสิทธิกฎหมาย ต้องประสานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปราศจากอาวุธ สงบ และไม่ใช้สิทธิอันสมบูรณ์  เพราะเจ้าหน้าที่สามารถจัดการสถานการณ์ได้ตามอำนาจอันสมควรแก่เหตุ  ดังนั้นจึงพบว่าแกนนำนปช. ยังไม่ใช้ความพยายามอย่างเพียงพอในการป้องกันเหตุรุนแรง

นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในส่วนรัฐก็พบความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะ ศอฉ.ไม่มีระบบการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ออกไปปฏิบัติการนอกจากรอรับรับ รายงาน  ไม่มีการประเมินผลว่าคำสั่งปฏิบัติการจะมีผลอย่างไรกับผู้ชุมนุม ทำให้ผู้บริหารบางคนยังเข้าใจว่าไม่มีการใช้กระสุนจริง ทั้งที่จริงมีการใช้กระสุนจริงด้วย  ทั้งนี้การใช้อาวุธที่จะละเมิดต่อชีวิตจำเป็นต้องใช้ระวังเป็นพิเศษเช่นการ ยิงผู้ที่ไม่มีอาวุธอาจทำให้บาดเจ็บ ล้มตายได้  เคยมีคำพิพากษาเหตุรุนแรงเมื่อปี 2552 ว่าการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่แม้จะถูกยั่วยุโจมตีแต่ถ้าได้ใช้อาวุธกับคนไม่ มีอาวุธในมือกองทัพต้องรับผิดชอบ