สื่อจีน เผยแพร่ ความคืบหน้าคดี “สลัดน้ำโขง” สารภาพลงมือปล้นฆ่า "ลูกเรือจีน 13 ศพ" ก่อนป้ายสีทหารไทย หวังปิดรอยฆาตกร

สื่อประเทศจีน CCTV News ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายหน่อคำ อายุ 44 ปี หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขง ซึ่งถูกทางการจีน-สปป.ลาวจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 55 ที่ผ่านมาในเขตแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว หลังเกิดเหตุฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพบนเรือจีน 2 ลำเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 54 ที่ผ่านมา พร้อมกับนำเสนอผ่าน http://english.cntv.cn/program/newsupdate/20120917/102372.shtml ด้วย
       CCTV News ได้เปิดเผยภาพนายหน่อคำถูกควบคุมตัวด้วยโซ่ตรวน กางเกงสีน้ำเงิน เสื้อสีเทา และเสื้อนอกสีเหลือง เดินเข้าห้องสอบสวนด้วยผ้าคลุมหัว ก่อนจะรายงานว่านายหน่อคำถูกสอบสวนอยู่ที่เมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนาน ประเทศจีน โดยศาลประชาชนกลางของจีนได้เริ่มกระบวนการฟ้องร้องต่อนายหน่อคำ และอีก 6 คนที่ถูกกล่าวหาฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือจีน
       
       CCTV News ระบุว่า ท่าทางที่ดูไร้เดียงสาของนายหน่อคำขัดแย้งกับการกระทำที่โหดร้าย ซึ่งได้สารภาพต่อการกระทำเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย
       
       ทั้งนี้ นายหน่อคำให้ปากคำเป็นภาษาไทใหญ่ ซึ่งคนไทยสามารถเข้าใจได้ว่า “ผมชื่อหน่อคำจากประเทศพม่า อายุ 44 ปี ถูกจับกุม เพราะผมวางแผนและฆ่าลูกเรือจีน 13 คน ในแม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2554”
       
       CCTV News ระบุอีกว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2554 มีการใช้อาวุธยิงอย่างหนักในแม่น้ำโขงจนทำให้ลูกเรือจีน 13 คนเสียชีวิต จากนั้นมีการนำศพทิ้งแม่น้ำโขง แต่ข่าวการฆาตกรรมได้ถูกกระจายข้ามประเทศไปอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดความร่วมมือในการร่วมกันปราบปรามของตำรวจจีน ลาว พม่า และไทย กระทั่งทำให้นายหน่อคำและพวกถูกจับ
       
       ทาง CCTV News ยังได้ตั้งเป็นโจทย์ก่อนการรายงานคำสารภาพของนายหน่อคำอีกว่า “คำถามที่เหลือคือทำไมหัวหน้าแก๊งค้ายาจึงเลือกทำกับลูกเรือจีน?”
       
       ซึ่งหน่อคำสารภาพกับตำรวจคุนหมิงว่า ทำไปเพราะเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2554 เรือสองลำนี้บรรทุกทหารพม่าไปโจมตีฐานทัพของพวกเขา จึงต้องการแก้แค้น และเขามีสมาชิก 40 คนในทีม ทุกคนมีทีมของตนเอง
       
       เมื่อตำรวจถามว่า “อาวุธชนิดไหนที่คุณมี” หน่อคำระบุว่า “ส่วนใหญ่เป็นปืนแมกกะซีน เอ็ม 16 และปืนพก”
       
       หน่อคำยอมรับสารภาพว่า ได้วางแผนและทำการฆาตกรรมหมู่โดยสมาชิก 5 คน จากนั้นพวกเขายังป้ายความผิดให้ทหารไทย ซึ่งคิดว่าเรือจีนดังกล่าวบรรทุกยาเสพติด ซึ่งสิ่งนั้นจะช่วยปิดร่องรอยฆาตกรได้
       
       CCTV News รายงานต่อด้วยว่า ในปัจจุบันคาดว่ามีฆาตกรกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ในภูมิภาคสามเหลี่ยมทองคำ ประกอบไปด้วยฆาตกรรมรุนแรงหลากหลาย ทั้งฆาตกรรมหมู่ ค้ายาเสพติด ปล้น แบ็กเมล์ และเรียกเงินค่าคุ้มครองในแม่น้ำโขง
       
       ทั้งนี้ หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวการสารภาพของนายหน่อคำไปแล้ว ทาง CCTV News ยังมีการนำเสนอในรูปแบบรายงานหรือสกู๊ปเกี่ยวกับชีวิตของนายหน่อคำ โดยมีเนื้อหาเล่าตั้งแต่ประวัติความเป็นมา การเคลื่อนไหวในแม่น้ำโขง จนกระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดีอย่างละเอียดด้วย
       
       สำหรับเรือสินค้าจีนที่ถูกปล้นและฆ่า 13 ศพดังกล่าวมีอยู่ 2 ลำ คือเรือบรรทุกกระเทียมและแอปเปิล Hua Ping และเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง Yu Xing 8 Hao ที่แล่นตามกันมาจากประเทศจีน กระทั่งถึงบริเวณบ้านสมพูห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ประมาณ 25 กิโลเมตรติดฝั่งประเทศพม่า ได้ถูกฆาตกรรม จากนั้นเรือถูกลอยลำไปติดฝั่งบ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมืองของไทยเข้าควบคุมเรือและตรวจสอบพบศพและอาวุธ ปืนเล็กกลเอสเค 47 จำนวน 1 กระบอก ยาบ้าบนเรือทั้ง 2 ลำรวมกว่า 920,000 เม็ด
       
       แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นทางการไทยถูกประเทศจีนกดดันให้เร่ง ตรวจสอบดำเนินคดีอย่างหนัก จนเป็นเหตุให้ทางการไทยได้ดำเนินคดีต่อทหารไทยจำนวน 9 นายในข้อหาฆ่าผู้อื่นและปิดบังซ่อนเร้นศพ และไทย จีน พม่า ลาวได้มีการจัดตั้งกองกำลังคุ้มกันแม่น้ำโขง โดยไทยตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง (ศปปข.) มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ ภ.5 และ ศปปข.ส่วนหน้าที่ท่าเรือเชียงแสนด้วย