ชวนนท์ “เย้ย” นพดลยิ่งพูดยิ่งชัดหลักฐานมัดนายใหญ่ “จี้” เต้นพิจารณาตัวเองหลังแก้ปัญหาไม่ได้

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  ฝากไปถึงแกนนำเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย ที่ขณะนี้ ยังคงพยายามออกมาปฎิเสธว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เคยเจรจากับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคนในพรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้าร่วมรัฐบาล เพื่อแลกกับการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปรองดอง โดยขอให้คนเสื้อแดง ทบทวนพฤติกรรมและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา ซึ่งมีการโกหกและหลอกลวง บ่อยครั้ง เพื่อประโยชน์ของตัวเอง‏
นอกจากนี้ นายชวนนท์ ยังเน้นย้ำเกี่ยวกับการชี้แจงของ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาทางกฎหมายของ พันตำรวจโททักษิณ เรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของครอบครัวชินวัตรว่า เป็นอีกครั้งที่โดนจับได้ว่ามีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ  จากความพยายามพูดว่า พันตำรวจโททักษิณมีทรัพย์สิน  6หมื่นล้าน ในปี 2537 จึงเป็นธรรมดาที่ ชินคอร์ปจะมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 7 หมื่นล้านในปี 2549 แต่ที่ นายนภดล ชี้แจงว่าปี 2540 หุ้นตกลงลงมาเหลือทรัพย์สินเพียง 23,000 ล้าน จึงเป็นการเน้นย้ำอีกว่ามูลค่าหุ้นที่สูงถึง 7 หมื่นล้านถูกปั่นขึ้นในขณะดำรงตำแหน่งหรือไม่  อีกทั้งที่เคยอ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวได้จากการทำมาหากิน ก็แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่อ้างว่าถือหุ้นแทนทั้ง นางสาวพิณทองทา นายพานทองแท้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ ให้การเท็จต่อศาลหรือไม่ จึงอยากให้ นายนพดล ชี้แจงเรื่องนี้ รวมถึงทวงถาม นายพานทองแท้  ให้ชี้แจงเรื่องการสร้างหนี้ลมหุ้นธนาคารทหารไทยกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ผู้เป็นมารดาและอดีตภริยาพันตำรวจโททักษิณ เพื่อปันผลหุ้นชินคอร์ป
 
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังตอบโต้กรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอนประกันนายจตุพร พรหมพันธ์และนายยศวริศ ชูกล่อม แกนนำคนเสื้อแดง รวมถึง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องการขึ้นเวทีปราศรัย ไม่ใช่ลูกผู้ชายและกดดันศาล โดยเห็นว่าพฤติกรรมของคนเสื้อแดงต่างหากที่เป็นการกดดันศาล ทั้งการขู่จับตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญที่เวทีปราศรัยมีนบุรี การล่ารายชื่อถอดถอน จนไปถึงการขู่ตัดงบศาลรับธรรมนูญ พร้อมยืนยันว่าการยื่นถอนประกันได้ทำตามกระบวนการของกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้  นายชวนนท์  ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีที่ ปปช.ได้ส่งหนังสือเกี่ยวกับการทุจริตโครงการจำนำข้าวต่อคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 3  แต่ยังไม่ได้มีการตอบรับใดๆ เพราะหากคณะรัฐมนตรีทำตามข้อเสนอแนะของ ปปช. ก็เป็นการยอมรับว่ามีการทุจริตทั้งที่เกิดขึ้นจริง จึงเป็นการกระทำทุจริตกันในคณะรัฐมนตรีชัดเจน และให้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทบทวนบทบาทรัฐมนตรี เพราะเกษตรกรเดือดร้อนมาก จนถึงขั้นจะมีการชุมนุมที่ จ.ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ซึ่งตอนนี้ราคายางทั้งแผ่นดิบและน้ำยางสดอยู่ที่ 92 บาทต่อกิโลกรัม ต่างจากช่วงเวลาเดียวกันในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วที่ราคายางอยู่ที่130 บาทต่อกิโลกรัม และนายกรัฐมนตรีควรใช้โอกาสนี้ในการปรับ นายณัฐวุฒิ ออกจากคณะรัฐมนตรีซึ่งจะสอดคล้องกับการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน