‘ศชอ.’จัดให้ เคสเด็กม็อบ ‘สำนึกผิด’ โพสต์ใส่ร้าย’ศรีพันวา’

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564, 21.42 น.

20 มกราคม 2564 เพจเฟชบุ๊ก ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ. ได้โพสต์ประเด็นที่น่าสนใจเป็นความคืบหน้ากรณีตัวอย่างการดำเนินคดีกับบรรดาเกรียนคีย์บอร์ดที่โพสต์ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นจนได้รับความเสียหาย ก่อนจะสำนึกผิด โดยเคสนี้เป็นกรณีใส่ร้ายป้ายสีโรงแรมศรีพันวา โดยมีรายละเอียดดังนี้

ศชอ.จัดให้อีกราย #รีวิวสนุกผลคือทุกข์ระทม

“ท่าทีและน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน ไม่เห็นขึงขังน่ากลัวเหมือนตอนที่เก่งกันในโลกออนไลน์”

เคสนี้เกิดขึ้นจากการเข้าไปรีวิวเป็นเท็จ ให้ร้ายแก่โรงแรมศรีพันวา เมื่อปลายเดือน กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

ศชอ.ได้รับการติดต่อจากทางโรงแรมศรีพันวา เพื่อทำการประเมิน สืบค้นข้อมูลผู้กระทำความผิด ให้การปรึกษาและประสานงาน ช่วยดำเนินการทางกฎหมาย

โดยในช่วงแรก ศชอ.ได้ติดตามข้อมูลที่เพียงพอต่อการดำเนินคดี มากถึง 300 กว่าราย แต่ด้วยความเมตตาของทางผู้บริหารศรีพันวา ที่ประสงค์จะแจ้งความร้องทุกข์ เพียงหนึ่งท่าน คือ Youtuber เจ้าของช่อง “Boomz Channel” ซึ่งได้กระทำผิดในฐานะที่เป็น Influencer มีผู้ติดตาม Follower มากกว่า 34.5K subscribers โดยมีผู้เคยรับชมผลงานของเค้ามากกว่า 7M View

ขณะนี้ขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายได้เกือบสิ้นสุดแล้ว ผู้กระทำผิดได้รับการยอมความและให้อภัย แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องเปิดเผยตัวและบอกเล่าเรื่องราวที่ได้กระทำผิด เพื่อเป็นอุทาหรณ์และให้เยาวชนตระหนักรู้ว่า ทุกการกระทำบนโลกออนไลน์ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง มีคุณธรรม และ ศึกษาเรื่องราวต่างๆให้ดี ก่อนที่จะทำอะไรลงไป

เคสนี้ ศชอ. ร่วมทำคดีตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องขอชื่นชมทางเจ้าของ #ศรีพันวา จากใจจริงว่าท่านเป็นคนดีมีคุณธรรมสูง การใช้กฎหมายดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามเป็นเรื่องง่าย แต่การทำให้ศัตรูที่มีมิจฉาทิฎฐิ รู้สำนึกผิด พร้อมกลับตัวกลับใจเดินทางสายที่ถูกนั้นเป็นเรื่องยาก โชคดีของพ่อหนุ่มน้อยคนนี้ที่ไปเจอที่มีเมตตาสูง ชีวิตจึงยังไม่ตกต่ำลงไปมากกว่านี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจ ศชอ.ยังได้โพสต์คลิปของผู้ที่เรียกตัวเองว่า “บูม” ออกมาบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นประสบการณ์ตรงเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ หลังจากตนได้รีวิวข้อมูลเท็จจนทำให้โรงแรมศรีพันวาเสียหาย และถูกออกหมายเรียกเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการเจรจากับฝ่ายเจ้าหน้าที่ของโรงแรมศรีพันวา และสำนึกในความผิดที่ตัวเองได้กระทำลงไปด้วยความคึกคะนอง

ทั้งนี้ บูม ยอมรับว่า รู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่าถูกออกหมายเรียกในข้อหาหมิ่นประมาท และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นึกถึงคำที่แม่เตือนขึ้นมาให้คำพูดของแม่มันเป็นจริง และคิดไปต่างๆนาๆว่าจะติดคุกหรือไม่ ทางโรงแรมจะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ จนกระทั่งไปรับทราบข้อกล่าวหา ได้พูดคุยกับทางพนักงานโรงแรมศรีพันวา ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นสร้างความเสียหายและเดือดร้อนให้กับทั้งทางโรงแรม พนักงานและครอบครัวของเขา อีกทั้งยังเป็นการซ้ำเติมแหล่งท่องเที่ยวของภูเก็ตที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซ้ำเติมคนที่โดนพิษโควิดด้วย

ตนได้บทเรียนว่า สิ่งที่ทำไปเป็นตัวอย่างไม่ดีให้กับสังคมเพราะไปทำตามกระแส ทางโรงแรมได้เล่าให้ฟังถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพนักงานหลายร้อยหลายพันชีวิต ครอบครัวของพนักงานที่ไม่รู้เรื่องต้องพลอยได้รับผลกระทบจากการกระทำของตนด้วย โรงแรมที่พวกเขาช่วยกันสร้างชื่อเสียงมานานจนติดอันดับโลกกว่าจะเป็นศรีพันวาในวันนี้ ต้องได้รับความเสียหายจากการกระทำของตน ซึ่งตนขอสำนึกผิด ไม่คิดว่าการกระทำเล็กๆ จะส่งผลกระทบต่อคนอีกมากมายขนาดนี้

“ทางทนายของโรงต้องการให้บูมชดใช้ค่าเสียหายหลายล้านบาท แต่ผมกับครอบครัวไม่สามารถหาเงินจำนวนนี้มาจ่ายได้ จึงขอชดใช้ด้วยเงินจำนวน 2 หมื่นบาท ทางโรงแรมมองด้วยหลักมนุษยธรรมของตนและแม่ จึงไม่ติดใจเรื่องเงิน แต่ขอให้บูมรับปากว่าจะไม่ไปใช้วิธีการแบบนี้ทำร้ายใครอีก ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม เพราะครั้งต่อไปคงไม่โชคดีแบบนี้อีกแล้ว อาจจะต้องเสียเงินเสียทอง ติดคุก เสียอนาคต ผมจึงขอกราบขอโทษคุณปลาวาฬ และพนักงานศรีพันวาทุกคน บูมสำนึกผิดแล้วจริงๆ จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอีก”

ขอบคุณข้อมูล ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ.

ที่มา แนวหน้า

.

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม