สรุปดราม่า ! เมียหลวงบุกงานแต่ง – แม่ผัวฟาดดังผัวะ

พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 19.17 น.

            จากกรณีที่โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวขณะที่ตนเองบุกไปยังงานงานแต่งของสามีตนเองกับภรรยาน้อย ซึ่งทางเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวบอกว่า ตนเองยังจดทะเบียนสมรสกับสามีอยู่ พร้อมทั้งโชว์หลักฐานใบทะเบียนสมรส จะมาจัดงานแต่งแบบนี้ได้อย่างไร โดยมีทางแม่สามีเป็นผู้พาตนมางานในครั้งนี้

ซึ่งต่อมาทางสามีได้โพสต์ข้อความขอโทษ ระบุว่า “ขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมผิดเองคนเดียวอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องด้วยเลยสักนิด” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            ความคืบหน้าล่าสุด บนโลกออนไลน์ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์คลิปเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า “เสียงพระยังดังไม่เท่าเสียง…. #ชัยนาท #ไอเลิฟแม่ผัว #เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวหน้าหนึ่ง #ตำรวจที่ไล่ให้พวกxxxนั่งห่างกัน5เมตรในวันนั้น”

ซึ่งภายในคลิปเป็นเหตุการณ์ส่วนหนึ่งของพิธีแต่งงาน ในช่วงของพิธีสงฆ์ โดยพระสงฆ์กำลังทำการสวดตามพิธี ทางแม่สามีได้เดินเข้าไปต่อว่าลูกชายกลางงาน พร้อมทั้งทำการตบหัวลูกชายเพื่อสั่งสอน และเดินออกไปจากงานในที่สุด

.

พก‘ทะเบียนสมรส’ทวงผัว! ‘หลวง’เดือดลุยงานแต่ง’น้อย’

            วิจารณ์สนั่น! เมียหลวงเดือดสุด บุกฉะกลางงานแต่งเมียน้อย พกทะเบียนสมรสมายันด้วย ด้านชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจ แนะหลักฐานชัดขนาดนี้ควรฟ้อง

พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 13.00 น.

            กลายเป็นเรื่องราวที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และเกิดการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมากอยู่บนโลกออนไลน์ในขณะนี้ ภายหลังสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวขณะที่ตนเองบุกไปยังงานแต่งงานของสามีตนเองกับภรรยาน้อย ซึ่งทางเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวบอกว่า ตนเองยังจดทะเบียนสมรสกับสามีอยู่ พร้อมทั้งโชว์หลักฐานใบทะเบียนสมรส จะมาจัดงานแต่งแบบนี้ได้อย่างไร

            อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงผูกข้อมือ และมีแขกมาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งภายในคลิปได้มีการทะเลาะและมีปากเสียงกัน โดยทางเจ้าบ่าวได้ไล่หญิงสาวที่เป็นภรรยาหลวงออกไปจากงาน เพราะนี่ไม่ใช่ครอบครัวของตน จนสุดท้ายหญิงสาวคนดังกล่าวต้องออกไปจากงาน และงานแต่งก็ยังคงดำเนินต่อไป

            อย่างไรก็ตาม ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ ต่างก็ชาวเน็ตเขามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ ฟ้องเลยค่ะ เอาให้หนักทั้งคู่ เอาเงินมาเลี้ยงลูก, ฟ้องเลยค่ะ หลักฐานขนาดนี้ ส่วนเราก็ใช้เงินสวยเชิดๆไปเลยค่ะ, ฟ้องทั้งวินัยให้ออกจากราชการ ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ เอาให้หมดเลยค่ะ เรียกค่าเลี้ยงดูบุตรด้วย, ฟ้องเลยนะคะ วินัยร้ายแรง ให้ผู้ชายออกจากราชการ ผู้หญิงฟ้องเรียกค่าเสียหาย สู้ๆพี่..

‘เมียหลวง’สั่นถูกขู่ลบคลิป ‘ผัว’โพสต์ขอโทษ’ผมผิดเอง’

            “เมียหลวง” สั่นโพสต์ถูกผู้ไม่หวังดีขู่ลบคลิป ปมพกทะเบียนสมรสบุกงานแต่งเมียน้อย “ทวงคืนผัว” ด้านผัวโพสต์ขอโทษผมผิดเอง อีกฝ่ายไม่รู้เรื่อง ทำชาวเน็ตวิจารณ์เดือด

พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 16.10 น.

            จากกรณีที่โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวขณะที่ตนเองบุกไปยังงานงานแต่งของสามีตนเองกับภรรยาน้อย ซึ่งทางเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวบอกว่า ตนเองยังจดทะเบียนสมรสกับสามีอยู่ พร้อมทั้งโชว์หลักฐานใบทะเบียนสมรส จะมาจัดงานแต่งแบบนี้ได้อย่างไร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            ความคืบหน้าล่าสุด ทางฝ่ายสามีได้ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมผิดเองคนเดียวอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องด้วยเลยสักนิด” ซึ่งทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้าแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด อาทิ เเมนมากออกมาปกป้องเมียน้อย เเต่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกลูกคุณเอง!! เป็นพ่อคนได้ไง, ทำไมไม่หย่าให้มันเรียบร้อยก่อน ในเมื่ออยากมีใหม่ขนาดนั้น, ทำไมพี่ทำแบบนี้คะ ไม่แมนเลยคะ อย่างน้อยพี่ก็ควรจะหย่าก่อนนะคะ      

            อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าหน้านี้เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “ไม่ขอพูดอะไรตอนนี้ เดี๋ยวมีคลิปอะไรดีๆ ให้ดูครับ ยอมรับทุกคำกล่าวหา เดี๋ยวได้รู้ว่าใครดีไม่ดี ระวังจะไม่เหมือนอย่างที่คิด” ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะถูกลบทิ้งไป แต่ก็มีชาวเน็ตแคปภาพไว้ได้

            ทั้งนี้ ทางด้านภรรยาหลวงก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต มีผู้ไม่หวังดีตามข่มขู่ให้ลบคลิป”

            ด้านทนายชื่อดัง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นทนายของทางฝั่งภรรยาหลวงก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “อ้างไม่รู้ว่ามีเมียแล้วไม่ได้ เพราะกว่าจะได้หลักฐานเด็ดนี้ มันมีหลักฐานอื่นพอฟ้องแล้ว จับได้ที่รีสอร์ทก็มี บุกด่าก็มี ออกหนังสือผ่านสำนักงานผมก็มี งดดราม่าครับ #เมียหลวงพร้อมมาก”..

ทีม‘เมียหลวง’เสนอช่วยแบบฟรีๆ ‘โมทั้งตัวให้ผัวเสียดาย’

            งานมารอทันที สาวทักแชต เมียหลวง ชวนเป็นพรีเซ็นเตอร์คลินิกเสริมความงาม โปรเจคท์ “โมทั้งตัวให้ผัวเสียดาย” ทำฟรีไม่คิดตังค์

พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 22.05 น.

            ภายหลังสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวขณะที่ตนเองบุกไปยังงานงานแต่งของสามีตนเองกับภรรยาน้อย ซึ่งทางเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวบอกว่า ตนเองยังจดทะเบียนสมรสกับสามีอยู่ พร้อมทั้งโชว์หลักฐานใบทะเบียนสมรส จะมาจัดงานแต่งแบบนี้ได้อย่างไร โดยมีทางแม่สามีเป็นผู้พาตนมางานในครั้งนี้ ซึ่งต่อมาทางสามีได้โพสต์ข้อความขอโทษ ระบุว่า “ขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมผิดเองคนเดียวอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องด้วยเลยสักนิด” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            ความคืบหน้าล่าสุด บนโลกออนไลน์ได้มีสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง แชร์ภาพที่ตัวเองเข้าไปทักแชตคุยกับภรรยาหลวงผู้ไลฟ์เฟซบุ๊ก ในข้อความในแชทระบุว่า สวัสดีค่ะ สนใจเป็นพรีเซ็นเตอร์คลินิกความงามไหมคะ ในโปรเจคท์ “โมทั้งตัวให้ผัวเสียดาย”

            นอกจากนี้ สาวผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าว ยังระบุข้อความว่า “#ฝากเพื่อนๆช่วยติดต่อพี่เขาทีนะคะ วาได้ดูคลิปผู้หญิงคนนึงแล้วรู้สึกสะเทือนใจมาก ที่สามีทิ้งเธอและลูกๆไปแต่งงานใหม่ โดยที่เธอถือทะเบียนสมรสเข้างานวิวาห์ของสามีของเธอ ใครเป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนนี้ช่วยทักไปบอกพี่เขาทีนะคะ ว่าวาและหมอต้องการทำศัลยกรรมโมดิฟายให้พี่เค้าทั้งตัวแบบไม่คิดตัง หน้า หุ่น นม จนสวยสับไปเลยค่ะ. #ทีมเมียหลวง. รักษาไม่ดีหันมาอีกทีไม่มีแล้วนะคะ. เพราะต่อไปพี่เค้าจะสวยมากๆ” 

สั่งตั้งกรรมการสอบ‘ผัวมีโลกสองใบ’ ชี้ผิดวินัยเต็มประตู

            ผกก.สภ.เมืองชัยนาท สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีเมียหลวงบุกไลฟ์งานแต่งงานผัวตำรวจกับเมียน้อย ชี้มีความผิดทางวินัย รอดูเข้าระเบียบข้อไหน โทษถึงไล่ออกหรือไม่ ขณะเจ้าตัวลาราชการ

ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.00 น.

            ภายหลังสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวขณะที่ตนเองบุกไปยังงานงานแต่งของสามีตนเองกับภรรยาน้อย ซึ่งทางเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวบอกว่า ตนเองยังจดทะเบียนสมรสกับสามีอยู่ พร้อมทั้งโชว์หลักฐานใบทะเบียนสมรส จะมาจัดงานแต่งแบบนี้ได้อย่างไร โดยมีทางแม่สามีเป็นผู้พาตนมางานในครั้งนี้ ซึ่งต่อมาทางสามีได้โพสต์ข้อความขอโทษ ระบุว่า “ขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมผิดเองคนเดียวอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องด้วยเลยสักนิด” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.เมืองชัยนาท เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ ผกก.สภ.เมืองชัยนาท  ก็ได้รับคำตอบว่า ยังขอไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่เปิดเผยข้อมูลสั้นๆว่า วันนี้นายตำรวจที่เป็นข่าวดังกล่าว ลาราชการ ไม่ได้เดินทางมาทำงาน และขณะนี้ ได้รับทราบเพียงข้อมูลจากสื่อมวลชนที่มีการนำเสนอข่าวเท่านั้น  ยังไม่มีข้อมูลอะไรมาก ทางหน่วยงานต้นสังกัด คือ สภ.เมืองชัยนาท ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว 

            พ.ต.อ.ปฏิกรณ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ก็จะเรียกตำรวจ และฝ่ายหญิงซึ่งเป็นภรรยา ที่มีทะเบียนสมรส มาสอบสวนข้อเท็จจริง ตรวจสอบเอกสาร ใบทะเบียนสมรส เรื่องนี้ไม่ใช่คดีอาญา แต่เป็นความผิดทางวินัย ต้องดูว่า เข้าระเบียบข้อไหน ถึงขั้นจะไล่ออกจากราชการหรือไม่ แต่หากถามว่า ผิดหรือไม่ ตอบได้เลยว่าผิด แล้วขั้นตอนจากนั้นก็จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบต่อไป

พ่อชี้ลูกชายทำไม่ถูก เชื่อเมียหลวงไม่ฟ้อง-ไม่มีใครหาเลี้ยง

            พ่อเจ้าบ่าวเปิดใจ ชี้ลูกชายทำไม่ถูก อบรมแล้วก่อนหายหน้าไป เรื่องจัดงานแต่งไม่เคยรู้มาก่อน แต่สะใภ้บอกเจออีกฝ่ายโพสต์ยั่ว จะเอาให้ได้ ไม่รู้ท้องหรือไม่ พอแม่กับสะใภ้ไปพบจึงเป็นไปตามคลิป 

ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.33 น.

            ความคืบหน้ากรณีภรรยาหลวงไลฟ์สดถือใบทะเบียนสมรสกลางงานแต่งงานของสามีตำรวจที่แอบไปแต่งงานซ้อนกับหญิงคนอื่น หลังจากที่ ผกก.สภ.เมืองชัยนาท ตั้งกรรมการตรวจสอบ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะเดินทางไปยังบ้านของตำรวจหนุ่ม แต่ไม่พบภรรยาและแม่สามี เนื่องจากทั้งคู่จะไปออกรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง 

            โดยบิดาของตำรวจหนุ่ม ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจบำนาญ เปิดเผยว่า เมื่อวานลูกชายกลับมาพักหนึ่งตนก็ได้อบรมไปแล้ว จากนั้นไปไหนก็ไม่รู้ คือพูดแรงด้วย เรื่องงานแต่งก็มีระแคะระคายมาจากเพื่อนๆ พูดต่อๆ กันมา มีคนโทรฯ มาบอกว่าทางฝ่ายผู้หญิงเขาออกข่าวว่าเขาจะจัดงานแต่ง ทางภรรยาผมกับลูกสะใภ้เขาอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ จึงไปดู ถ้าไม่จริงก็กลับ ถ้าจริงตามคลิปนั่นแหละ

            “ก่อนหน้านี้ครอบครัวของลูกชายเขาอยู่ด้วยกันดีมาตลอด จากเหตุการณ์เมื่อวานตอนเที่ยงคืนลูกชายแต่งเครื่องแบบเสร็จแล้วบอกเมียเขาว่าจะไปเข้าเวร พอเช้ามาก็เกิดเรื่อง ถึงตอนนี้ไม่ได้มีปากเสียงอะไรกัน เจตนาทางลูกสะใภ้ต้องการให้ฝ่ายหญิงทางโน้นรู้ว่าผู้ชายเขามีลูกมีเมีย มีทะเบียนสมรส อยากให้ทางโน้นเลิกรา ได้ยินลูกสะใภ้บอกว่า ทางฝ่ายโน้นเขาโพสต์ยั่วจะเอาชนะเมียหลวง จะเอาให้ได้ แต่ประเด็นที่ว่าฝ่ายหญิงท้องหรือไม่นั้นไม่ทราบ” พ่อตำรวจหนุ่ม กล่าว 

            พ่อตำรวจหนุ่ม กล่าวอีกว่า เมื่อวานลูกชายกลับมาบ้านประมาณ 11.00 น. ได้บอกกล่าวเขาไปว่า ทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง เราเป็นข้าราชการตำรวจ เราต้องมีวินัย พ่อเองก็เป็นตำรวจมากว่า 30 ปีแล้ว เรื่องจริยธรรมมันต้องมี ถ้าจะอยู่ด้วยกันเฉยๆ เราก็ไม่ว่า ไปๆ มาๆ มันจะไม่มีเรื่องมีราว แต่มาตกมาแต่งแบบนี้ข่าวมันดัง ใครๆ ก็รู้หมด โซเชียลมันไว พอรู้ปุ๊บ ทางแม่เขากับสะใภ้จึงไปในงานแต่งจนเกิดเรื่องตามคลิป เรื่องงานแต่งครั้งนี้ทางลูกชายไม่ได้บอกเลย ถึงบอกเราก็ไม่ไปเพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ทางฝั่งลูกสะใภ้เองเขาไม่คิดจะฟ้องดำเนินคดีกับสามีเขา เพราะหากเขาถูกออกจากงานตำรวจจะไม่มีใครหาเลี้ยงครอบครัวที่มีลูก 2 คน…

ทนายย้ำตร.แอบแต่ง-มีโทษถึงไล่ออก แนะฟ้อง‘เมียน้อย’

            “ทนายตั้ม” แนะเมียหลวงร้องเอาผิดวินัย ผัวตำรวจแต่งงานกับหญิงใหม่ ชี้การมีชู้ ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง มีโทษถึงไล่ออกจากราชการ นอกจากนี้ยังสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากเมียน้อยได้ ชมแม่รู้ว่าลูกทำผิดแล้วตักเตือน

ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.00 น.

            ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชัยนาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทนายตั้ม – ษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุว่า ตอนนี้มีคลิปดัง เรื่องเมียหลวงบุกไปงานแต่งงานของสามีตนเองที่ยังไม่หย่า มีทะเบียนสมรสเป็นหลักฐาน ผมขอแนะนำตามนี้นะครับ ถ้าฝ่ายชายเป็นข้าราชการแล้วนอกใจ มีชู้ ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง มีโทษถึงไล่ออก เมียหลวงสามารถร้องเรียนทางวินัยของฝ่ายชาย โดยใช้ภาพและคลิปหลักฐาน ส่งถึงผู้บังคับบัญชา อย่างในคลิปที่กำลังเป็นไวรัล ที่ทำร้ายจิตใจเมียหลวงขั้นร้ายแรง ไปแต่งงานใหม่ ทั้งที่ยังมีทะเบียนสมรสคาอยู่ แบบนี้มีโทษถึงไล่ออก หมดอนาคตเลยครับ

            นอกจากนั้น เมียหลวงยังสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากเมียน้อยได้ด้วย ยิ่งมีลูก มีเต้า มีภาระ บางเคสนี่ร้องกันหลักล้านเลยนะครับ หลังจากนั้นเมียหลวงยังสามารถฟ้องหย่าได้อีกด้วย  จุดพีคสุดคือ เมียหลวงสามารถบุกไปในงาน และประกาศได้เลยว่าเป็นเมียหลวง แต่ต้องไม่ทำร้ายร่างกาย และสามารถโพสต์ในโซเชียลได้ ไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาท เพราะถือว่าเป็นการป้องกันส่วนได้เสียของตน แต่ที่แซ่บสุดของเคสนี้คือแม่เจ้าบ่าวครับ รู้ว่าบุตรของตนกระทำผิด ตบลูกเสียหน้าสั่นเลย ในฐานะทนายไม่ควรสนับสนุนความรุนแรง แต่ในฐานะพ่อ ถ้าลูกทำผิดไม่ตักเตือน ก็ยากที่จะเป็นพ่อที่ดีได้

ทัวร์ลงช่างแต่งหน้า‘เมียน้อย’ ชี้ทำตามหน้าที่วอนแยกแยะ

            ทัวร์ลงหนัก! ช่างแต่งหน้า “เมียน้อย” โดนด้วย ปมรับงานแต่งหน้า เปิดใจโฟกัสแค่งาน ด้วยจรรยาบรรณต้องทำออกมาดีที่สุด วอนอย่าเหมารวม ต้องแยกแยะ

ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.18 น.

            จากกรณีที่โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวขณะที่ตนเองบุกไปยังงานงานแต่งของสามีตนเองกับภรรยาน้อย ซึ่งทางเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวบอกว่า ตนเองยังจดทะเบียนสมรสกับสามีอยู่ พร้อมทั้งโชว์หลักฐานใบทะเบียนสมรส จะมาจัดงานแต่งแบบนี้ได้อย่างไร โดยมีทางแม่สามีเป็นผู้พาตนมางานในครั้งนี้ ซึ่งต่อมาทางสามีได้โพสต์ข้อความขอโทษ ระบุว่า “ขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมผิดเองคนเดียวอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องด้วยเลยสักนิด”

            ล่าสุดทางช่างแต่งหน้าของทางภรรยาน้อย ได้โพสต์ภาพผลงานการแต่งหน้าของตน แต่กลับถูกทัวร์จากชาวเน็ตลง โดยต่างเข้ามาแสดงความความคิดเห็นในโพสต์ และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก จนทำให้ทางช่างแต่งหน้าออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงว่า “โฟกัสที่งานนะครับ ในเมื่อแอ๊ดได้เป็นตัวเลือกด้วยจรรยาบรรณของช่าง ก็ย่อมทำงานให้ออกมาดีที่สุด…..(อย่าเหมารวม หรือทักมาว่ากันเลยครับ)”

            นอกจากนี้ยังได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “เอาจริงเป็นแค่ช่างแต่งหน้า ไม่ได้มารับรู้เรื่องราวพวกนี้ ขอบคุณคนที่เข้าใจในการทำงานนะครับ แต่บางคนที่แชร์ อยากให้ เเชร์หรือเมนต์แบบมีขอบเขต ตัวเราเองก็ไม่ได้คิดว่าเหตุการณแบบนี้จะเกิดขึ้น และอีกอย่างมันเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะเราเป็นช่างแต่งหน้า เราก็ต้องทำงานเราให้ออกมาดีที่สุดถูกไหม (ไม่ต้องทักมาว่า มาด่า ว่าไปแต่งให้เค้าทำไม ) ก็เพราะมันคืออาชีพของหนู (และถ้าหนูจะรับงานนี่ต้องถามลูกค้าก่อนไหมว่าใครเป็นเมียหลวงหรือเมียน้อย เขาจะบอกหนูไหม)..

เปิดพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ-ระเบียบก.ตร. กรณีตำรวจนอกใจ มีเมียน้อย โทษอย่างไร

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:13 น.

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยวิธีการเสริมสร้างและพัฒนาให้ข้าราชการตำรวจมีวินัยและป้องกันมิให้ข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัย พ.ศ.2549 ได้กำหนดมาตรฐานการลงโทษวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และได้กำหนดโทษเกี่ยวกับความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ดังนี้

1.ข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องกับหญิงอื่น หรือชายอื่น โดยที่ตนเองมีภรรยา หรือ สามีอยู่แล้ว และเกิดเรื่องเสื่อมเสีย โดนกักขัง 30 วัน

2.ได้หญิงหรือชาย เป็นภรรยา หรือ สามี แล้วไม่เลี้ยงดู เกิดเรื่องเสื่อมเสีย หรือเสียหายโดนกักขัง 30 วัน

3. จดทะเบียนสมรสซ้อน โดนกักขัง 30 วัน

4. ไม่เลี้ยงดูคู่สมรสและบุตร และไม่ยกย่องฐานานุรูป โดนกักขัง 30 วัน

5. ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในใบสำคัญการหย่าเกี่ยวกับการอุปการะบุตร ความผิดครั้งแรก ภาคทัณฑ์ ความผิดครั้งที่สอง ไม่ว่าจะเป็นการหย่ารายเดียวกันหรือไม่ก็ตาม กักยาม 3 วัน และความผิดครั้งที่สามและครั้งต่อไป กักยาม 3 วัน และพิจารณาตั้งกรรมการสอบสวน ม.101 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547

            นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2552 ยังมีการแก้ไขแนวทางการลงโทษทางวินัยร้ายแรง ในข้อ 10 เกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ในข้อ 10.1 จากเดิมว่า “เป็นชู้หรือมีชู้กับภรรยาหรือสามีผู้อื่น” (ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี) เป็น “ชู้หรือมีชู้ หรือมีพฤติการณ์เป็นชู้หรือมีชู้กับภรรยาหรือสามีผู้อื่น” (ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี) ทั้งนี้ บทลงโทษต่างๆ จะต้องขึ้นอยู่กับการสอบสวนของผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด และเป็นคนสั่งลงโทษตามกฎระเบียบดังกล่าว

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม