*‘แม่-เพนกวิน’ สื่อสารผ่านวิทยุ*เตรียมฝากขัง‘จัสติน’ ผิด ม.112*’สมชาย-ศรีสุวรรณ’ จัดหนัก! ‘เจี๊ยบ’

‘แม่-เพนกวิน’ สื่อสารผ่านวิทยุ หลังโดนย้ายจากเรือนจำไปสถานกักขังปทุมธานีค่ำวานนี้

วันที่ 23 มีนาคม 2564 – 09:50 น.

จากกรณีศาลอาญาออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล ที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา หรือ ผอ.ศาลอาญา กล่าวหา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยคดี ม.112 และความผิดฐานชุมนุมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีละเมิดอำนาจศาล

กรณีเมื่อวันที่ 15 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญาได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีชุมนุมที่ท้องสนามหลวงวันที่ 19-20 กันยายน 2563 และอัยการขอให้รวมสำนวนคดี ปรากฏว่ามีรายงานว่านายพริษฐ์ปฏิบัติตัวไม่เรียบร้อย โต้ตอบผู้พิพากษาในขณะปฏิบัติหน้าที่ ขออ่านแถลงการณ์ แม้ถูกคัดค้านก็ไม่ยอมฟัง ยังยืนยันอ่านแถลงการณ์โดยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ จนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมีคนเขวี้ยงขวดนำลงพื้น โดยนายพริษฐ์ สารภาพเปลี่ยนเป็นกักขัง 15 วัน

ต่อมามีรายงานว่า มีการย้ายตัวนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ไปกักขังที่สถานกักขังจังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น.วานนี้ (22 มีนาคม) โดยไม่แจ้งให้ญาติและทนายทราบ

ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เวลา 00.09 น.ที่ผ่านมา ที่สถานกักขังกลางปทุมธานี ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายฯ ได้พบกับนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของเพนกวินแล้ว โดยแม่ได้คุยกับเพนกวินผ่านวิทยุสื่อสาร (ว.) แต่ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ ซึ่งจะเปิดให้เยี่ยมในเวลา 08.30-14.30 น. เฉพาะทนายที่แต่งตั้งเท่านั้น

‘เจี๊ยบ’หนาวแน่! ‘สมชาย’จัดหนัก ร่วม’ม็อบรีเด็ม’ ชัดเข้าข่ายผิดจริยธรรม

วันอังคาร ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564, 13.01 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพไปร่วมการชุมนุมกับกลุ่มรีเด็ม เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามหลวง จนมีหลายฝ่ายยื่นเรื่องขอให้ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรมความเป็น ส.ส.ว่า เรื่องนี้ตนก็ดูอยู่ และเห็นว่าผิดประเด็นข้อกฎหมาย 2 – 3 ประเด็น ที่ผ่านมา นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษา โพสต์ว่าผิด พ.ร.บ.การชุมนุมฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค แต่เรื่องจริยธรรมตนมองว่ามีความใกล้เคียงเข้าข่ายกรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกร้องไปคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลตัดสิน

ทั้งนี้ การชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา นางอมรัตน์ได้แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นผู้ร่วมชุมนุม และมีการท้าทายให้ไปจับ ต้องไปดู พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่เขาไม่ให้ ส.ส.และ ส.ว.ดำเนินการบางเรื่อง

“แสดงตัวชัดเจนมาก และประกาศตัวในโซเชียลฯ ว่าอยู่ในที่ชุมนุม และสนับสนุนการชุมนุมเข้าข่ายผิดจริยธรรม ทราบว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ จะไปร้อง ป.ป.ช.ให้ดำเนินการเรื่องจริยธรรม และในความเห็นทางกฎหมายเทียบเคียงได้กับกรณี น.ส.ปารีณา ซึ่งผมได้คุยกัยผู้ใหญ่ที่เป็นนักกฎหมายหลายคน พบว่าเข้าข่ายกระทำผิดจริยธรรมแล้ว” นายสมชาย กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นางอมรัตน์ ใช้โซเชียลมีเดียโพสต์โจมตีสื่อมวลชน และแบนสินค้า นายสมชาย กล่าวว่า เป็นความคะนอง มีบางฝ่ายมาบอกตนว่าตอนนี้คนเต็มร้านเลย ตนก็จะรีบไปรับประทานเหมือนกัน เพราะชอบเอ็มเค เรื่องแบนร้านค้าทำให้ไปกระทบสินค้า เป็นการกระทำแบบสมัยก่อนที่ไทยแบนสินค้าต่างประเทศ เป็นเรื่องระดับชาติ แต่แบนร้านอาหาร ตนว่าเราเป็นฝ่ายการเมือง ขอเตือนให้ระมัดระวัง

“อย่าไปแบนแบบนั้น ร้านเอ็มเคเป็นของทุกคน ผมไม่ได้เข้าข้าง เพราะไม่มีส่วนได้เสีย คนจะสีเสื้อไหน ม็อบไหนก็ไปกินได้ อย่าไปยุ่งเลย ขอให้มีวุฒิภาวะ เรื่องนี้เลอะเทอะ อย่าไปแบนให้เสียเวลา มีคนบอกว่าตอนนี้เป็ดสับไม่ทันแล้ว ส่งภาพมาให้ผมดูว่าคนแน่นร้าน ผมเตือนในฐานะที่เขาเป็น ส.ส.ใหม่ ว่าอย่าไปทำ เราอยู่ในสภาฯ เราควรมีวุฒิภาวะ” นายสมชาย กล่าว

“ศรีสุวรรณ”ยื่น “ชวน” สอบจริยธรรม “อมรัตน์” ร่วมม็อบ20มีนา ทำชาติ เสื่อมเสียเกียรติภูมิ

วันที่ 23 มีนาคม 2564 – 12:18 น.

วันนี้ (23 มี.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สอบสวนและเอาผิดนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กรณีเข้าร่วมชุมนุมประท้วงกับกลุ่ม RE-DEM เมื่อ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณท้องสนามหลวงและถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นการจัดชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ มีการทำลายและเผาป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในชาติบ้านเมือง เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายและมีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก

ทั้งนี้ นางอมรัตน์ มีสถานะเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ แต่กลับลดตัวลงมาคลุกคลีร่วมกิจกรรมการชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งๆที่ย่อมรู้ได้ว่าเป็นการจัดการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จึงถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ซึ่งตาม ป.อาญา ม.83 ระบุว่า “ในกรณีความผิดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น”

ทั้งนี้ การชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการฝ่าฝืน ม.14 แห่ง พรบ.ชุมนุมสาธารณะ 2558 ฝ่าฝืน ม.9 แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ฝ่าฝืน ม.34(6) แห่ง พรบ.โรคติดต่อ 2558 รวมทั้งฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา ม.116 ม.209 ม.210 และม.215 รวมทั้ง พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 อีกด้วย

ที่สำคัญการเข้าร่วมชุมนุม โดยพยายามที่จะแสดงออกว่าตนเองมิใช่ “เตี้ยหลังม็อบ” ที่ถูกตั้งฉายานาม แต่พยายามจะสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กของตนว่าตนเองอยู่หน้าม็อบเสมอนั้น แต่ทว่ากลับเป็นม็อบที่นำไปสู่การทำผิดกฎหมายอย่างมากมายข้างต้น การแสดงออกของ ส.ส.อมรรัตน์ จึงเป็นประจักษ์พยานที่ตอกย้ำพยานหลักฐานว่าเป็นพฤติการณ์ที่อาจฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรง ในข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 12 และข้อ 17 ซึ่งเป็นมาตรฐานทางจริยธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 บัญญัติไว้

นอกจากนั้นการกระทำดังกล่าวยังอาจเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ 2563 อย่างร้ายแรงอีกฉบับหนึ่งด้วย โดยเฉพาะในข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 10 ซึ่งกำหนดว่า ส.ส.ต้องจงรักภักดีและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเคร่งครัด ต้องรักษาไว้และปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด และต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎร และไม่กระทำการใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติและสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ส่งคำร้องไปยังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายหรือข้อบังคับ เพื่อลงโทษขั้นสูงสุดต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

เตรียมฝากขัง’จัสติน’การ์ดราษฎรหลังถูกจับฐานความผิดม.112

วันที่ 23 มีนาคม 2564 – 12:11 น.

ความคืบหน้าการจับกุมนายชูเกียรติ แสงวงค์ ฉายาจัสติน แนวร่วมกลุ่มการ์ดราษฎร ในความผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 หมิ่นพระบรมเดชนุภาพฯ หลังกระทำความผิดหน้าศาลฎีกา ระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่.สน.ห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจได้ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศาลเพื่อดำเนินการฝากขังออนไลน์ ภายหลังตำรวจสน.ชนะสงคราม ได้สอบปากคำนายชูเกียรติ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศ ที่ สน.ห้วยขวาง ยังไม่มีผู้ชุมนุมมารวมตัวให้กำลังใจนายชูเกียรติ ซึ่งตำรวจได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการวางแผงเหล็กเปิดทางให้เข้าออกได้ช่องเดียวเท่านั้น

พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดทางคดีต้องสอบถามกับ สน.ชนะสงคราม เพราะเป็นเจ้าของคดี ส่วน สน.ห้วยขวาง เพียงอำนวยความสะดวกเรื่องการคอนเฟอเรนซ์และฝากขังเท่านั้น ซึ่งคาดว่า ช่วงบ่ายจะมีความชัดเจนจากคำตัดสินของศาล

ขณะที่ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน. ชนะสงคราม กล่าวว่าพนักงานสอบสวนสั่งคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ซึ่งหากศาลอนุญาตตามคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน ก็จะคุมตัวนายชูเกียรติไปส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันนี้

.

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม