*’ก้าวไกล’ จี้สอบปมเก็บผลงานนักศึกษา – * สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยศิลปากรแถลง – * อาจารย์ศิลปะ มช. ผู้ร่วมขอประกัน ‘แกนนำ3กีบ’

‘ก้าวไกล’พาศิษย์เก่า มช.บุกสภา จี้สอบปมเก็บผลงานนักศึกษาลงถุงดำ

วันพุธ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564, 11.54 น.

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ที่รัฐสภา นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ น.ส.ชัญญรัชต์ บ่อคำ ศิษย์เก่าคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อ นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรม กรณีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เก็บผลงานศิลปะของนักศึกษาใส่ถุงดำ

โดย นายนิติพล กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนของนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วย น.ส.ชัญญรัชต์ มายื่นหนังสือต่อ กมธ.โดยมีข้อร้องเรียนเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งผลงานศิลปะ เหตุเกิดที่หอศิลปะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น คือ 1.มีการเก็บผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่จัดแสดงไว้ และอีกส่วนหนึ่งเป็นของนักศึกษาด้านศิลปะกลุ่มเดียวกันที่เตรียมแสดง โดยคณบดีของคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงทีมงานบริหารได้เข้าไปเอาผลงานที่แสดงเสร็จแล้ว และกล่าวอ้างว่าเอาผลงานเก่าออกไปเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ผลงานใหม่

2.มีการกล่าวว่า ผลงานที่แสดงออกมีความหมิ่นเหม่ทางการเมืองหรืออะไรก็ตาม ซึ่งไม่น่าเป็นเหตุผลที่สมควร เราต้องทำความเข้าใจให้ชัดว่านี่คืองานศิลปะของศิลปินที่ต้องการจะสื่อสารออกมา ไม่ว่าจะในทิศทางไหนก็ตามคนอื่นไม่มีสิทธิที่จะตัดสินว่าถูกหรือผิด นี่คือสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้านศิลปะ ประเด็นสำคัญคือการริดรอนสิทธิเสรีภาพของศิลปินที่ต้องการแสดงออกทางความคิดผ่านผลงานศิลปะ ซึ่งทางพรรคก้าวไกลได้ให้ความสำคัญเรื่องศิลปะวัฒนธรรม เราต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของศิลปินอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จึงถือโอกาสนี้ยื่นหนังสือมายัง กมธ.

ด้าน น.ส.ชัญญรัชต์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มี.ค.เราไม่เห็นว่ามันมีความเป็นธรรมกับนักศึกษาเลย คือ ไม่มีการชี้แจงมาก่อน จู่ๆ ก็มาเก็บผลงานไปใส่ถุงขยะ มันเป็นการทำลายทรัพย์สินของนักศึกษา งานสร้างสรรค์ไม่ได้ทำแค่ 1 – 2 วัน ซึ่งประเด็นไม่ได้เกี่ยวว่าเนื้อหานั้นจะออกมาในทิศทางใด ตามที่คณบดีได้กล่าวอ้าง เพราะศิลปะคือการตั้งคำถาม ฉะนั้น ในฐานะที่ตนจบศิลปะมาเหมือนกันก็ต้องการที่จะต่อสู้เพื่อศิลปะ เราควรมีเสรีในการแสดงออกไม่ว่าเนื้อหาจะไปเกี่ยวกับอะไร

ขณะที่ นายรงค์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณที่นักศึกษาซึ่งเป็นศิษย์เก่ามาใช้กลไกสภา ซึ่งตนจะรับเรื่องและส่งไปยังคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมชุดใหญ่ ซึ่งได้เรื่องอย่างไรจะทราบอีกครั้ง ถ้าหาก กมธ.ชุดใหญ่ บอกว่ารับเรื่อง ก็จะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล หรือ กมธ.ชุดใหญ่ อาจจะมอบหมายให้ กมธ.ชุดเล็ก ดำเนินการต่อ ซึ่งก็จะได้ปรึกษาหารือกับผู้ร้องและผู้บริหารหรือคนมีอำนาจของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งส่วนตนเชื่อว่างานศิลปะและวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสะท้อนสังคมในหลายๆ เรื่อง

FB  :  สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร

แถลงการณ์ จาก คณะกรรมการบริหารสมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และกำลังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้

พวกเราขอยืนยันและยืนหยัดเพื่อเสรีภาพในการแสดงออกด้วยงานศิลปะ เพราะหากไร้ซึ่งเสรีภาพแล้ว การสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ไม่อาจเกิดขึ้นได้

ดุจปณิธาณของท่านอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่กล่าวว่า

“นายต้องเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ก่อน แล้วจึงเรียนศิลปะ”

ทัศนัย เศรษฐเสรี : อาจารย์ศิลปะ มช. ผู้ร่วมขอประกัน เพนกวิน-อานนท์-สมยศ-หมอลำแบงค์

24 มี.ค. 2564-11:43 น.

คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ออกแถลงการณ์ชี้แจง 1 วัน หลัง ผู้บริหารคณะสั่งเก็บอุปกรณ์และชิ้นงานศิลปะของนักศึกษาที่เตรียมจัดนิทรรศการ เมื่อ 22 มี.ค. ระบุพบวัสดุดัดแปลงที่ “หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย” เช่น ธงชาติไทยที่มีข้อความไม่เหมาะสม

ด้าน ผศ.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ภาควิชาสื่อศิลปะ และการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มช. ผู้ที่ออกมาต่อว่าผู้บริหารและเจ้าหน้าที่คณะที่เก็บงานของนักศึกษาไป ประกาศผ่านเฟซบุ๊กของเขา เมื่อ 23 มี.ค. ว่า “‘ศิลปะ’ และ ‘เสรีภาพ’ นั้น ความจริงสะกดออกเสียงต่างกัน แต่มีความหมายเดียวกัน ยิ่งปราบ ก็ยิ่งระเบิด”

คำชี้แจงของผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์ มีขึ้นหลังการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ไม่พอใจที่ศิลปวัฒนธรรม เมื่อช่วงบ่ายของ 22 มี.ค. อาจารย์เก็บผลงานศิลปะและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณลานด้านข้องหอ ออกไปโดยไม่แจ้งให้นักศึกษาเจ้าของผลงานทราบ

“เราไม่มีอาวุธ ผมจึงต่อสู้ด้วยปากกา”

สังคมไทยในสายตานักวาดการ์ตูนสเปน ยิ้มสยามหรือเพียงเสแสร้ง?

จาก “ป้อม นาฬิกาหรู” สู่ “ตู่ แมวกวัก” มองศิลปะข้างถนนของคนวิจารณ์รัฐบาลทหาร

นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มช. ประท้วงโดยการเปลี่ยนชื่อป้ายคณะ

เฟซบุ๊กไลฟ์นี้ บอกเล่าเหตุการณ์ที่นักศึกษาแสดงความไม่พอใจและขอคำอธิบายจาก รศ. ปกรณ์ภัทร์ จันทะไข่สร รองคณบดีฝ่ายบริหาร ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันอยู่นาน หลังเจ้าหน้าที่เก็บผลงานศิลปะที่เป็นลักษณะเสียดสีทางการเมืองมีลักษณะคล้ายศพที่ถูกห่อด้วยผ้าขาวมีเชือกพันธนาการตามร่างกายเป็นงานศิลปะจัดวาง ใส่ถุงดำ แล้วมีนักศึกษาคนหนึ่งได้นอนขวางถนนไว้เพื่อขัดขวาง เป็นเหตุให้ ผศ.ทัศนัย เศรษฐกิจเสรี อาจารย์สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์เข้ามาห้ามปราม และต่อว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่

“ศิลปะอับอายมามากพอแล้ว เพราะคนที่ไม่รักเสรีภาพ” ผศ. ทัศนัยที่สวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงม่อฮ่อม กล่าวกับ รศ. ปกรณ์ภัทร์ ระหว่างเกิดเหตุการณ์

“(ต้อง) รู้จักเคารพคน รู้จักเคารพศิลปะและเคารพศิลปิน ถ้าใครเขาทำอย่างนี้กับงานของคุณบ้าง ยอมมั้ย…ไม่ใช่ว่าเพราะเห็นเป็นงานนักศึกษา มันไม่สำคัญหรอก เห็นว่ามันวางระเกะระกะมันไม่สำคัญหรอก สิ่งใด ๆ ในโลกนี้ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น ถ้าเรารู้จักที่จะเคารพผู้คน” ผศ.ทัศนัยกล่าว

“ศิลปินที่เป็นอาจารย์ผู้สอน สอนนักศึกษาให้มีเสรีภาพ ให้มีจิตสำนึก หาวิถีทางใหม่ๆในการทำงานศิลปะ แล้วเดินเข้ามา สิ่งที่เห็นอยู่เป็นอื่นไม่ได้นอกจากงานศิลปะ ถูกต้องมั้ย แล้วจะเก็บทำไม” เขาตั้งคำถามกับรองคณบดี

อีกช่วงหนึ่งเขากล่าวกับกลุ่มอาจารย์และนักศึกษาว่า “เป็นศิลปิน เป็นอาจารย์ หนึ่ง เคารพคน สอง เคารพศิลปินด้วยกัน สาม เคารพผลงานศิลปะ ไม่ว่าจะมันจะเกิดขึ้นจากนักศึกษา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากคนไม่ได้เรียนศิลปะ รู้จักเคารพมัน”

นักศึกษา แจ้งความเอาผิด ผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์

ในวันเดียวกัน นักศึกษาเจ้าของผลงานที่ถูกเก็บใส่ถุงดำได้ไปแจ้งความที่ สภ.ภูพิงค์ เนื่องจากผลงานทั้งหมดได้รับความเสียหายและสูญหลายบางส่วน โดยขอให้ดำเนินคดีกับ. 1. รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ 2. รศ. ปกรณ์ภัทร์ จันทะไข่สร รองคณบดีฝ่ายบริหาร 3. ผศ.พงษ์ศิริ คิดดี รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพนักศึกษา 4. นางสุลาลักษณ์ ขาวผ่อง เลขานุการคณะวิจิตรศิลป์ และ 5. นายไชยันตร์ โคมแก้ว เจ้าหน้าที่ประจำหอศิลป์ มช. ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการรื้อผลงานศิลปะของนักศึกษาครั้งนี้ในข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ”

สภานักศึกษา ถามอธิการบดี

ในเวลาต่อมา สภานักศึกษา มช. ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ศ.คลินิก นพ. นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี และคณบดีของคณะวิจิตรศิลป์ มช.เพื่อสรุปเหตุการณ์ที่และซักถามต่อเหตุการณ์รื้อถอนงานศิลปะของนักศึกษา

จดหมายเปิดผนึกสรุปเหตุการณ์ว่าผู้บริหารและเจ้าหน้าที่คณะ ได้เก็บรื้อถอนงานศิลปะของนักศึกษา ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหาย โดยไม่ได้แจ้งหรือมีหนังสือคำชี้แจงใด ๆ และยังตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณของคณาจารย์ มช. ข้อ 9 ที่กำหนดว่า อาจารย์พึงรักษาความสัมพันธ์กับศิษย์อย่างกัลยาณมิตร เป็นที่พึ่งแก่ศิษย์ สนับสนุนให้ศิษย์มีความก้าวหน้าทางวิชาการอยู่เสมอ พร้อมขอให้มหาวิทยาลัยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อนักศึกษา

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม