เมสเสจใหม่จาก ‘โทนี่ แม้ว’

อ่านเอาเรื่อง : ผักกาดหอม

01 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 00:01 น.

            เริ่มมีการประเมินว่ารัฐบาลไม่น่าจะอยู่ยาว

            การเลือกตั้งใหม่ กำลังจะมาในเร็วๆ นี้

            กลุ่มการเมืองเกิดใหม่จึงพากันเคลื่อนไหวคึกคัก

            ส่วนพรรคการเมืองเก่า พุ่งเป้าไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

            และพยายามแก้ไขให้ได้ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า

            ขณะที่มหกรรมเขย่ารัฐบาลดูเหมือนกำลังจะเปลี่ยนรูปแบบไป หลังการเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้วไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหมายเอาไว้

            เสื้อแดงรวบรวมไพร่พลหวังจะกลับมาแทนที่สามนิ้ว  เป็นการเคลื่อนไหวรวมมิตรสามนิ้วเสื้อแดงในชื่อใหม่ที่จะตั้งขึ้นเร็วๆ นี้

            แต่อาจจะเคลื่อนไหวต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง

            แน่นอนประเด็นหลักอยู่ที่การพลิกขั้วการเมือง

            และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นหนึ่งในเงื่อนไขนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

            ดูจากการนำ เริ่มมีตัวละครเดิมโผล่มารายวัน

            จาก “จตุพร” มาถึง “ณัฐวุฒิ”

            คู่นี้ดูขึงขัง คนหนึ่งดุดันประกาศเป้าหมายชัดเจน ไล่ประยุทธ์

            อีกคนตะล่อมสามนิ้วเป็นแนวร่วม ด้วยการพูดถึงวันเก่าๆ ความเข้าอกเข้าใจ ตอกย้ำให้รับรู้ว่า เป็นพวกเดียวกัน

            โดยมี “โทนี่ แม้ว” สอดประสาน

            และเกิดปรากฏการณ์ใหม่ให้เห็น

            จะเป็นด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจก็ตามแต่ แต่เกมใหม่เริ่มเป็นรูปร่าง เปลี่ยนจากเด็กๆ เป็นผู้ใหญ่นำชัดเจนขึ้น

            การเคลื่อนไหวของ “โทนี่ แม้ว” ในคลับเฮาส์ สร้างกระแสต่างไปจากสามนิ้วอย่างสิ้นเชิง

            ต่างชนิดสงสารเด็กที่ผู้ใหญ่ยุไปติดคุก

            สุดท้ายกลายเป็นเสร็จนาฆ่าโคถึก

            สามนิ้วจะรู้สึกเช่นนั้นหรือไม่ก็ตามที แต่แนวทางสามนิ้วถูกปฏิเสธโดยทักษิณแล้ว

            เกมหลังจากนี้ จึงเป็นเกมที่เดินโดยพรรคการเมือง

            จับคำพูด “โทนี่ แม้ว” ในคลับเฮาส์ เมื่อคืนวันที่ ๓๐  มีนาคม ได้ความว่า

           “ประชาธิปไตยในบ้านเรา บางทีก็ดูเป็นประชาธิปไตย  บางทีก็ทุบลงมาใหม่ คือถ้าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ไม่ได้เป็นสิ่งที่อีลิตมองว่าไม่ดี ก็อยู่ได้

                ประชาธิปไตยขึ้นๆ ลงๆ แก้ยากมาก ก็พยายามต่อสู้มาหลายรุ่น รุ่นที่ดีที่สุด คือ รุ่นแก้รัฐธรรมนูญ โดย ส.ส.ร. และก็ต้องฉีกทิ้งไป

                การต่อสู้ด้วยสันติวิธี เป็นแนวทางที่ดีที่สุด ถ้าเราใช้ความรุนแรงเมื่อไหร่ จะทำให้รัฐมีเหตุผลใช้ความรุนแรง และใช้เป็นข้ออ้างอธิบายต่างประเทศได้ ทุกวันนี้ต่างประเทศเฝ้าอยู่

                รัฐบาลไบเดน เน้นเรื่อง Democratic Value โอกาสที่ต่างประเทศจะเข้ามาแซงก์ชันสูง หากใช้ความรุนแรง เขาจะเข้ามาสนับสนุนยาก

                เด็กรุ่นใหม่ นอกจากเรียกร้องอย่างสันติวิธี เมสเสจต้องชัดเจน ประชาชนถึงจะมาสนับสนุน

                หากเมสเสจเบลอเอาทุกเรื่องอาจจะยาก

                เมสเสจต้องชัด อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งชอบธรรม องค์กรอิสระที่เป็นธรรม ต้องคิดว่าใช้เมสเสจชัดเจน สันติวิธี ทำให้ประเทศพัฒนาทางประชาธิปไตย ได้สิทธิเสรีภาพ”

            จะมองว่า “ทักษิณ” อบรมสั่งสอนสามนิ้วก็ได้

            หรือ “ทักษิณ” ปฏิเสธแนวทางของสามนิ้วก็ได้เช่นกัน

            แต่ลึกๆ นี่คือการส่งสัญญาณรอมชอม

            ไปสู้ในสภาแทน

            ทำไม “ทักษิณ” พูดถึงอีลิต

            และพูดในลักษณะแคร์อีลิต

            ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะจริงๆ แล้ว “ทักษิณ” และคนรอบข้างที่ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศ ต่างก็อยู่ในกลุ่มอีลิต

            การเปลี่ยนแนวทางของ “ทักษิณ” มาเน้นที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการบอกใบ้ชัดเจนว่า ไม่รุกประเด็น “ล้มเจ้า” อีกแล้ว

            มันก็เป็นเหตุเป็นผล

            ประการแรก การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงในอดีต รวมทั้งพฤติกรรมของทักษิณเอง ถูกมองว่าต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

            สุดท้ายล้มเหลว

           ตัวเองและน้องสาวต้องเผ่นไปต่างประเทศ

            ความพยายามในการเอาคืนดูเหมือนจะสิ้นหวัง

            ถัดมาการเคลื่อนไหวของสามนิ้ว ที่ประกาศชัดเจนว่าไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ให้ผลไม่ต่างกันคือ ล้มเหลว

            แกนนำเคลื่อนไหวกันอย่างบ้าคลั่งไม่คิดหน้าคิดหลัง

            จึงต้องไปจบในเรือนจำ

            แต่ก็มีแนวโน้มหลังจากนี้แกนนำหลายคนจะได้รับการประกันตัว ด้วยการยอมรับเงื่อนไขไม่เคลื่อนไหวล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

            บางคนถึงกับรับปากเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

            ฉะนั้นเมื่อได้บทเรียนจากการที่สามนิ้วส่งเมสเสจไม่ชัดเจน จนหาแนวร่วมไม่ได้ ประชาชนไม่สนับสนุน หากเดินแนวทางนี้ต่อไป จะเสียทั้งไพร่พลและทุนทรัพย์ ไม่รู้จบ

            “ทักษิณ” เสียเวลามาร่วม ๑๕ ปีแล้ว และมองไม่เห็นว่าจะชนะได้อย่างไรหากยังเดินในแนวทางเดิม การกลับมาเดินในสภาจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้

            แล้วจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไรให้เปลี่ยนขั้วอำนาจได้

            โจทย์นี้จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก

            แน่นอน “โทนี่ แม้ว” มองเห็นแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจประสบความสำเร็จ เพราะมีแนวร่วมจากพรรคร่วมรัฐบาลนั่นเอง

            การที่ ประชาธิปัตย์ ประกาศชัดเจนว่า ต้องแก้อำนาจ ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกฯ

            มันเข้าทาง!

            และ “โทนี่ แม้ว” ส่งเมสเสจชัดเจนที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

                “เมสเสจต้องชัด อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งชอบธรรม องค์กรอิสระที่เป็นธรรม ต้องคิดว่าใช้เมสเสจชัดเจน สันติวิธี ทำให้ประเทศพัฒนาทางประชาธิปไตย ได้สิทธิเสรีภาพ”

            ก็หมายความว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกผลักดันในเร็วๆ นี้

            ประเด็นที่จะถูกแก้ไขคือระบบการเลือกตั้ง

            และอำนาจขององค์กรอิสระที่ต้องเป็นธรรม

            ด้วยสันติวิธี

            ครับ….ปรากฏการณ์นี้ตีความจากคำพูด “โทนี่ แม้ว”

            แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงอยู่ที่ใครเป็นผู้นำ

            แล้ว “โทนี่ แม้ว” ยังคุมเกมทั้งหมดได้อยู่หรือไม่

            ได้รู้กัน.

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม