เวทีลากไส้ ‘ชินวัตร’?

เผยแพร่โดย ไทยโพสต์ อ่านเอาเรื่อง

ตกลงจะไล่ประยุทธ์

            หรือมหกรรมลากไส้คนกันเองกันแน่

ชักสงสัย!

            เอาเข้าจริง ม็อบจตุพร แค่เริ่มต้นก็เสียท่า เพราะยุทธศาสตร์คลุมเครือ การเคลื่อนไหวน่ากังขา เป้าหมายไม่ชัด

            กลายเป็นว่ากำลังจะชกผิดตัว

            ผ่านไปสองวัน เมาหมัดอยู่กับ “ดร.เสกสกล”

            ยิ่งพูดยิ่งเห็นแผล

            ยิ่งแฉยิ่งเห็นความโสมม

            จะตั้งใจให้เป็น เพราะตามแผนต้องเป็นอย่างนั้นหรือเปล่ามิทราบได้

            แต่ “จตุพร-เสกสกล” ก็เป็นมวยถูกคู่ รู้ไส้รู้พุงกันดี 

            บวก “อานนท์ แสนน่าน” เข้าไปอีกคน งานนี้บันเทิงแน่นอน

            ครับ…นั่งบนภูดู “แดง-อดีตแดง” แฉกันเอง โยงไปถึง ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-เจ๊แดง มันคือปรากฏการณ์ บันเทิงการเมืองของจริง 

            และมันเป็นความจริงในอดีตที่ทุกคนควรรู้

            เบื้องหลังกฎหมายนิรโทษโกงยกเข่ง คนนอกพูดอาจไม่น่าเชื่อถือ แต่อดีตคนในพูดมันก็ต้องเชื่อได้บ้างล่ะ

            “ดร.เสกสกล” ลากไส้เห็นๆ ตระกูลชินวัตร ชี้นิ้วสั่งพรรคเพื่อไทยซ้ายหันขวาหันได้จริง บงการเรื่องชี้เป็นชี้ตายได้

                “ที่คุณจตุพร โจมตีว่าเมื่อครั้งเป็นคนเสื้อแดง หลอกคุณยิ่งลักษณ์ และคุณทักษิณ เรียกว่าเข้าแก๊งไหนหัวหน้าแก๊งตายหมด 

                ผมไม่มีอำนาจหรือไปสั่งการอะไรได้เลย เคยเข้าไปคุยกับคุณยิ่งลักษณ์ อย่าเอา พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยเข้าสู่สภาเลย เพราะจะทำให้รัฐบาลพังเร็ว ด้วยความหวังดี 

                แต่ก็ยังไม่เห็นเชื่อฟัง

                แถมผมยังถูกเจ๊แดงต่อว่าผมไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะจะพาทักษิณกลับบ้าน ไล่ผมออกจากห้องไปเลย

                ผมจะไปมีอำนาจสั่งการอะไรได้ ดังเช่นสองเกลอหัวแข็ง คุณจตุพร คุณณัฐวุฒิ ผู้มีบารมีและมีอิทธิพลมากที่สุดในพรรคเพื่อไทยยุคนั้น”

            พูดถึง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย เห็นความอัปยศของนักการเมืองตระกูลชินวัตร ที่เอาความต้องการของตระกูลตัวเองเป็นหลัก โดยไม่สนว่าประเทศจะฉิบหายหรือไม่

            ไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยคิดกันบ้างหรือเปล่าว่า หากวันนั้นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง อาจไม่มีการชุมนุมของ กปปส.

            และอาจไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น

            การเมืองเดินตามระบอบ มีการเลือกตั้ง มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง

            แต่ความจริงวันนี้ เท่าที่เห็น พรรคเพื่อไทย เอาแต่ตะโกนด่าคนอื่น

            เช่น กำนันสุเทพ ชุมนุมเพราะอยากให้มีรัฐประหาร

            เผด็จการทหารทำลายประชาธิปไตย ฯลฯ

            ก็ลองมองย้อนกลับไป

            มองจากผลไปหาเหตุ รัฐบาลเพื่อไทยพยายามล้างผิดให้คนโกง ก่อให้เกิดวิกฤติการเมืองตามมามากมาย

            ความมืดดำในความเคลื่อนไหวของเสื้อแดงในอดีต จากนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องเล่าจากการเมืองฝ่ายตรงข้าม

            แต่จากปากคนเสื้อแดงด้วยกันเอง

            “อานนท์ แสนน่าน” ดีกรีอดีตบิ๊กบอสหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ไขปริศนาแรก ทำไม “จตุพร” ถึงไม่เคยเป็นรัฐมนตรี ผิดกับ “ณัฐวุฒิ”

                “…ขอแจ้งให้ทราบว่าทักษิณ ไม่ใช่เป็นคนหลอกง่ายๆ  ถ้าหลอกได้จริงๆ การที่คุณเอามวลชนไปขอต่อรองเป็นรัฐมนตรี คงได้เป็นตั้งนานแล้ว

                และคุณก็ไปหลอกลวงกับมวลชนว่าจะช่วยเหลือพรรคการเมือง โดยให้ตัวเองเข้าไปมีตำแหน่งเพื่อให้การสนับสนุนช่วยเหลือพรรคเพื่อไทย สุดท้ายทักษิณไม่ฟัง จึงเกิดความน้อยอกน้อยใจรีบชิ่งออกมาตั้งพรรคเพื่อชาติ…”

            เห็นภาพวิ่งขอเป็นรัฐมนตรีกันฝุ่นตลบ

            ก็ธรรมดาครับ แกนนำมวลชน ต้องใช้มวลชนต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่มวลชนจะเอาด้วยหรือเปล่า…

            ปัจจุบันของ “จตุพร” คือคำตอบ

            ว่าไปแล้วเส้นทางการเมืองของ “จตุพร” นั้นผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว

            จากผู้ทรงอิทธิพลในหมู่คนเสื้อแดง ใครๆ ในเพื่อไทยก็เกรงกลัวและเกรงใจ แต่กลับไปไม่ถึงดวงดาว

            ไม่เคยสัมผัสเก้าอี้รัฐมนตรี

            กราฟการเมืองหล่นวูบ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑๐ ปี

            ชีวิตเข้า-ออกคุก ๔ รอบ

            ชน “เจ๊แดง” ที่สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ที่เชียงใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยวาทะสะเทือนเพื่อไทยทั้งพรรค

            “ผมรับกับเจ๊ ไม่ได้จริงๆ แต่ละรัฐบาลที่ผ่านมา พังกับเจ๊มาโดยตลอด”

            สุดท้ายตัวเองเป็นฝ่ายล้มเหลว

            กราฟชีวิตการเมืองนั้นมีลักษณะเฉพาะ ส่วนใหญ่ถ้าไม่หล่น ก็หายไปเลย

            ที่จะกลับมาได้ หายากเต็มทน

            “จตุพร” ก็เช่นกัน หากย่ำเส้นทางเดิม โอกาสสำเร็จยาก

            ชกไปก็ไม่ถึงตัว “ประยุทธ์”

            เพราะมี “ดร.เสกสกล” ขวางอยู่

            และสมน้ำสมเนื้อ

            กว่าจะผ่านด่านนี้ไปได้ “จตุพร” น่าจะหมดแรงเสียก่อน 

            แต่หากที่ทำอยู่ไม่ได้ย้อนรอยเดิม อันนี้น่าคิด

            การเมืองเป็นเรื่องของเกม

            การวางหมากจึงสำคัญ

            ผิดคิวหรือเปล่ามิทราบได้ “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์”  ประธานญาติวีรชนพฤษภา ๓๕ ประกาศบนเวที

            “…ไม่ว่าจะเสื้อสีอะไร ขอเพียงมีจุดประสงค์เดียวคือไล่ประยุทธ์ออกไป แต่ขออย่ามาชู ๓ นิ้วที่นี่ ถ้าจะชูก็ชูกำปั้น ต่อหน้าดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์นี้…”

            “จตุพร” กับ “อดุลย์” ไม่ใช่คนอื่นไกล 

            เปิดไวน์นั่งคุยกันบ่อยกว่ากินข้าวกับเมีย

            ฉะนั้นสิ่งที่ “อดุลย์” คิด มีหรือ “จตุพร” จะไม่รู้

            นี่แค่เริ่มต้น!

            แทนที่จะไล่ประยุทธ์

            กลายเป็นลากไส้ตระกูลชินวัตรแทน. 

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม