‘ติดคนรวย ซวยคนจน’ ลุงตู่ต้องไปต่อ!!

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.

โควิด-19 ที่ติดกันแบบระเบิดระเบ้อรอบนี้ กลายเป็น “แรงปะทะ” ที่ทำเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “จุก” !!เมื่อครั้งระบาดจากสนาหมวยของทหาร ก็อึ้งมารอบหนึ่งแล้ว มาตามล้างตามเช็ดต่อจากการขนแรงงานเถื่อนเข้าสมุทรสาคร และบ่อนที่ระยอง แต่รอบนี้มันดันมาติดคนระดับ “รัฐมนตรี” ท่ามกลางข่าวลือเรื่อง “เลาจน์ชนะ” เข้าไปด้วยนี่สิ ไม่รู้จะบ่นจะด่าอย่างไรได้เลย

เวลานี้ มีหลายสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำกับเรื่องโควิด-19

1) ต้องสื่อสารอย่างเข้มข้น รู้ประเด็น และใช้ทุกองคาพยพที่มี สื่อออกไปโดยไม่ต้องเกรงใจว่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องว่าทำไมต้องทำ “สงครามข้อมูล” แบบ “รุกก่อน” ก็เพราะว่าตอนนี้ฝ่ายการเมืองที่จ้องจะทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล สบโอกาสหลังจากม็อบพังพาบ พินาศคามือ เพราะไป “เล่นของสูง”

พล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้าใจนะครับ ว่านอกเหนือจากการเป็น “ไม้กันหมา” หรือ “ยันต์กันผี” แล้ว ท่านมิได้โดดเด่นด้านวิสัยทัศน์ บุคลิกภาพ การสื่อสารฯลฯ ท่านมีเพียงผลงานเดียวที่โดดเด่นคุยได้ระดับโลกเลย คือ การควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย

2) แต่ขณะนี้ ท่านไม่สามารถ “ลอยตัว” เหมือนตอนมีม็อบ “โจมตีสถาบัน” ได้อีกแล้ว เพราะม็อบประกาศจะ “โจมตีท่าน” โดยตรง เรื่องนี้ที่พวกนี้ “น้ำลายหก”

ในตอนนี้ คือ การระบาดอีกแล้วของโควิด-19 แต่พูดตอนนี้ก็เปลืองน้ำลายเปล่า เพราะชาวบ้านร้านตลาดกำลังด่าไป หยุดสงกรานต์ไป ใจคนยังไม่มีสมาธิจะฟังมากนัก ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงของการหาประเด็น-เตรียมข้อมูล หลังสงกรานต์ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเจอสงครามข่าวสารและม็อบผู้เฒ่ารุมเร้าโจมตีอย่างแน่นอน

3) นายกฯ กับทีม จึงต้องเร่ง “อุดประเด็น” ให้ทันรุกให้ข้อมูลก่อนต้องตั้งรับ ทั้งเรื่อง “ข้อเท็จจริง” ของการระบาดระลอกนี้ ว่ามาจากใคร ตรงไหน อย่างไร (ซึ่งไม่ใช่เพื่อชี้นิ้วด่าทอ หรือกล่าวโทษกัน) แต่เพื่อให้คนกระจ่าง สิ้นความระแวงสงสัย และใช้เป็นข้อมูล “หลีกเลี่ยง” ไม่ไปในพื้นที่เสี่ยง อันเป็นการสร้างความมั่นใจและได้รับความร่วมมือ ให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มได้อีกทางหนึ่ง

4) ถัดมาคือเรื่อง “วัคซีน” อย่ามีวิธีคิดว่า“วันก่อนก็พูดไปแล้วนี่” เพราะฝ่ายโจมตีมันไม่คิดแบบนี้มันพร้อมจะบิด ย้ำ เน้น เติมข้อมูลทุกวันๆ ซ้ำๆ ไม่รู้เบื่อทำให้คนเข้าใจอย่างกระจ่างและอย่างง่ายๆ ให้ได้ ว่าขณะนี้แผนการจัดหาวัคซีน ยังเป็นไปตามเดิมและมีความคืบหน้าทั้งยังได้ปรับปรุงเพิ่มเติมด้วยการกำลังหาทางให้เอกชนเข้ามาร่วมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมได้ด้วย ได้ตั้งนายแพทย์ ปิยสกล สกลสัตยาทร ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานเรื่องนี้แล้ว รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้น แต่ระบบมันมีระเบียบ มีขั้นตอนของมัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง

5) เรื่องวัคซีนจึงมีทั้งเรื่อง แผนการจัดหา แผนการฉีด จะฉีดให้ใคร เมื่อไหร่ ประชาชนต้องทำอย่างไร ปริมาณที่เพียงพอ ความปลอดภัยที่ปลอดภัยจริง การเปิดทางให้ได้วัคซีนทั้งโดยรัฐและเอกชน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ฝ่ายโจมตีทำงานง่ายกว่า เพียงแค่กล่าวหาซ้ำๆ ย้ำๆ ว่ารัฐบาลไม่ห่วงประชาชน ไม่เร่งรีบขวนขวายจัดหาวัคซีนให้มากให้หลากหลาย หมกมุ่นอยู่แต่กับแอสตราเซเนกา กับซิโนแวค, ทำไมไม่ฉีดกลุ่มนั้นทำไมไปฉีดให้คนนั้น, การจัดหาไม่เป็นไปตามแผน ล่าช้าเหลือเกิน แล้วยังปล่อยให้มีการระบาดซ้ำแล้วซ้ำอีกเอกชนอยากจะจัดซื้อ ก็ไปปิดกั้น, วัคซีนที่เลือกมาฉีดนั้น ประสิทธิภาพต่ำ ฯลฯ อ่านประเด็นโจมตีให้ออก แล้วบอก “ความเป็นจริง” อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ทำได้ไหมครับ?

6) ในทางการเมือง พอมันติดที่กลุ่ม “รวย” หรือมีตำแหน่งแห่งหนทางการเมือง ข้าราชการ ดารา คนบันเทิง ฯลฯ แล้ว ภาพที่ออกมาคือ “ติดคนรวย ซวยคนจน” แล้วกระทบความรู้สึกกับคนทุกกลุ่มเลยนะครับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต้องมาเจอกับการ “เรียนออนไลน์” อีกแล้ว พ่อแม่ต้องจัดหาคนอยู่กับลูกเพื่อเรียนออนไลน์ ครูบาอาจารย์ต้องดำเนินการเรื่องเตรียมเนื้อหาออนไลน์ให้พร้อม และไม่ใช่ว่าทุกวิชามันจะออนไลน์ได้มีประสิทธิภาพ คนกลับภูมิลำเนาต้องถูกกักตัว ทัวร์ยกเลิก เศรษฐกิจสงกรานต์พังพินาศ

7) ยกตัวอย่างเช่น หลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่เชียงรายระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย.จำนวน 12 ราย ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์หมดแล้ว ได้ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวหลังช่วงปีใหม่เป็นต้นมา ซบเซาอีกครั้ง

สถานที่ต่างๆ แทบไม่มีนักท่องเที่ยว และการจับจองห้องพักโรงแรม รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องประสบกับการยกเลิกหรือเลื่อนการใช้บริการกันโดยถ้วนหน้า ขณะที่ประชาชนในชุมชนที่พบผู้ติดเชื้อที่ชายแดน อ.แม่สาย 2 ราย ต่างหลีกเลี่ยงการออกไปย่านที่มีผู้คนหนาแน่น ทำให้บรรยากาศทั่วไปดูซบเซา ถนนและตลาดมีผู้คนบางตาลง

น.ส.นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย กล่าวว่า ในการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกที่ 3 นี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมากกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อมีมากและรวดเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยจับจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ท รถเช่า ทัวร์นำเที่ยว ฯลฯ ยกเลิกการจองกันหมด เฉพาะธุรกิจทัวร์นำเที่ยวของตนก็ถูกยกเลิกไป 2-3 กรุ๊ป แม้แต่ที่พักโฮมสเตย์ที่บ้านท่าขันทอง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ที่มีชื่อเสียงก็ถูกยกเลิกการจองไปกว่า 5-6 กรุ๊ป มีนักท่องเที่ยวยกเลิกไปกว่า 480 คน เป็นต้น ทำให้ช่วงนี้จึงต้องมีความอดทนและปรับตัวอย่างหนัก

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย ประเมินว่า การแพร่ระบาดรอบใหม่นี้ คาดการณ์ว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจประมาณ 5,000 ล้านบาท หากมีการล็อกดาวน์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ด้าน นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ยอมรับว่าภาคเอกชนมีความกังวลสูงต่อการแพร่ระบาดครั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มผู้ที่มีชื่อเสียง โอกาสใกล้ชิดประชาชนค่อนข้างมาก และยอมรับว่าบรรยากาศช่วงเทศกาลสงกรานต์อาจจะเงียบเหงา มีการยกเลิกกิจกรรมของรัฐบาลทั้งหมด ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้อาจไม่สดใสนัก จากก่อนหน้านี้ กกร. คาดการณ์ว่าภาพรวมอัตราการเติบโตของจีดีพีปีนี้จะขยายตัวอยู่ที่ 1.5-3.5%

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ครั้งนี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท. มีความกังวลว่าอาจจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาอาจนำไปสู่การล็อกดาวน์พื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจที่กำลังจะฟื้นตัว และภาพเดิมในอดีตก็อาจจะกลับมาที่ธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) จะยิ่งประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องหนัก ขณะเดียวกัน ยังสร้างภาระการคลังของประเทศไทย จากการระบาดรอบที่ผ่านๆ มาที่ทำให้ต้องกู้เงินมาอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก ก็จะยิ่งทำให้รัฐบาลต้องหามาตรการมาอัดฉีดเศรษฐกิจหลังจากนี้เพิ่มขึ้นไปอีก ขณะที่การจัดเก็บรายได้รัฐบาลก็ไม่เข้าเป้าหมายมากขึ้นกว่าเดิม

8) ในวงการแพทย์ “ความโกลาหลทางข้อมูล” ก็เกิดขึ้น เนื่องจากมี “ผู้รู้” เยอะ “ผู้ปรารถนาดี” แยะ

ล่าสุด จากกรณีที่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาให้ความเห็นกล่าวหาว่าประสิทธิภาพวัคซีนโควิด-19 ที่ไทยนำเข้ามาให้บริการมีประสิทธิภาพต่ำมาก หรือคิดเป็นเพียง 2% เท่านั้น ไปจนถึงการวิจารณ์มาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า “ขอเตือน

อาจารย์ธีระ คิดพิจารณาให้ดีก่อนเขียน ก่อนพูด มิใช่สร้างความดังบนความกลัว ความสับสนของพี่น้องประชาชน และโจมตีอย่างเดียว กรุณาใช้ข้อมูลและหลักวิชาการที่ถูกต้อง เวลานี้สังคม ต้องอาศัยสติ ปัญญา ความปรารถนาดี ร่วมแรงร่วมใจครับ”

โดยได้ให้ข้อมูลด้วยว่า…

…ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฯ กระทรวงสาธารณสุข เช้าวันเสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 ได้มีการพูดกันในประเด็นให้เตือน รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และขอให้ทางผู้บังคับบัญชา ช่วยกำกับดูแลด้วยทั้งในประเด็นพูดขาดหลักวิชาการ สร้างความสับสนให้ประชาชน และอาจพิจารณาดำเนินคดี กรณีสร้างความเสียหายให้เกิดแก่ผู้อื่น

1.วันนี้ หมอจำเป็นต้องพูดอีกครั้งครับ และที่ประชุมเห็นตรงกัน แม้แต่อาจารย์ผู้ใหญ่หลายท่านก็บอกว่าขอให้ปราม ขอให้เตือนอาจารย์ธีระ และขอให้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยช่วยกำกับดูแลด้วยครับ

2.อาจารย์ธีระเขียนและพูดออกสื่อโจมตีมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขทำอย่างเต็มที่ว่า…“ไม่ได้ผล ประชาชนพึ่งไม่ได้” เป็น “มาตรการเทเลทับบี้”

– แนะนำเวลาออกจากบ้านให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยสองชั้น ป้องกันแบบตัวใครตัวมัน

– โจมตีการดำเนินงานเรื่องวัคซีน ให้ข้อมูลวัคซีนที่ใช้อยู่สองยี่ห้อในประเทศไทยเวลานี้ประสิทธิภาพป้องกันเชื้อโรคต่ำมาก หรือป้องกันไม่ได้

3.หมอขอเตือนอาจารย์ธีระอีกครั้งสำหรับคนที่ No action talk only สบายมากครับ พูดอย่างเดียว ไม่ทำอะไร ไม่มีผิด แต่คราวนี้ พูดอย่างเดียว ยังผิดหลักวิชาการ พูดโจมตีผิดๆ และสร้างความสับสนกับประชาชน หมอขอให้อาจารย์ธีระ อ่านข้อ 2 ที่อาจารย์พูดอีกครั้ง และโปรดพิจารณาว่า ถูกหลักวิชาการหรือไม่ เช่น วัคซีนป้องกันการติดเชื้อต่ำมาก หรือโจมตีการทำงานพวกเรา

4.ขอเรียนอาจารย์ธีระ ทราบว่า โปรดกลับไปอ่านข้อมูลเรื่องวัคซีนใหม่ วัคซีนทั้งสองชนิดที่ฉีดในประเทศไทย ป้องกันการติดเชื้อได้ ลดโอกาสป่วย ลดความรุนแรงของโรคและโอกาสเสียชีวิตครับ

และกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้กำหนดมาตรการแบบที่อาจารย์โจมตี เราทำทุกสิ่งด้วยความถูกต้องถูกหลักวิชาการ ตามมาตรฐาน ด้วยการมีส่วนร่วม จนมากำหนดนโยบาย มาตรการ เราประชุม ทำงานตั้งแต่เช้าทุกวัน มดงาน หน่วยปฏิบัติการ “นักรบชุดขาว” ปฏิบัติการ 24/7 คือ ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีวันหยุด มีการประเมินสถานการณ์ โดยอาศัย ข้อมูลเฝ้าระวัง ผลการสอบสวนโรค หลักการและความเห็นด้านวิชาการ จากอาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับผู้บริหาร เพื่อกำหนดมาตรการ ซึ่งเป็นมาตรการที่มีความถูกต้องเหมาะสมนำไปใช้ได้จริง

ขอเรียนเชิญอาจารย์ธีระมาร่วมในเวทีดีกว่าอย่าไปพูดในโซเชียลฯ เอาแต่ความดังเลยครับมาช่วยกันทำงาน

หมอสงสารชาวบ้านครับ เวลาอาจารย์เขียนหรือพูดให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความกลัว ผิดหลักวิชาการ และไม่สามารถปฏิบัติได้จริง สร้างความสับสน ครับ

การกำหนดมาตรการกระทรวงสาธารณสุข….เราคิดถึงปากท้องชาวบ้าน คิดถึงพี่น้องประชาชนมาก่อนเสมอ เราต้องเน้น “ทุกมิติ” มิใช่ควบคุมโรคอย่างเด็ดขาด แต่ชาวบ้านอดตายครับ

5.สมเด็จพระสังฆราชฯ ท่านทรงให้กำลังใจ…ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด และทรงเตือนขอจงเป็น “ผู้ที่ไม่พูดพล่าม” โดยปราศจากสาระก่อความร้าวฉานชิงชัง ในยามที่สังคมต้องการสาระคำปรึกษาหารือ และกำลังใจ เมื่อถึงยามคับขันประชาชนต้องการผู้กล้าหาญ เมื่อถึงคราวปรึกษางานต้องการผู้ที่ไม่พูดพล่าม จงประพฤติตนเป็น “บัณฑิต”เป็นผู้ฉลาดศึกษา ค้นคว้า วางแผน ชี้แนะ และลงมือทำ

ท้ายสุด ขอให้ ฝึกและพัฒนา การนำเสนออย่างสร้างสรรค์ (Constructive Feedback) ด้วยสติปัญญา ที่สำคัญ มิใช่ ดีแต่ “พูด” แต่ต้องร่วมคิด ร่วมทำลงสู่การปฏิบัติให้สำเร็จ ครับ”

สรุป : เหนื่อยหน่อยนะครับงานนี้ เพราะโควิด-19เปิดทางให้ท่านถูกรุกเร้าได้ ทั้งทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางระบาดวิทยา ฯลฯ

แต่เมื่อท่าน เลือกจะเป็นนายกรัฐมนตรี และเลือกวิธีบริหารโรคระบาดโดยท่านเป็น ผอ.ศบค.

งานนี้ท่าน “ลอยตัว” ไม่ได้ และระหว่างที่เผลอลอย ระวังจะถูก “สอย” ร่วงลงมานะครับ!!

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม