“สามนิ้ว” วิกฤตซ้ำซ้อน สนใจ “เพนกวิน” บ้าง !!

เผยแพร่: 12 เม.ย. 2564 00:29   ปรับปรุง: 12 เม.ย. 2564 00:29  โดย: ผู้จัดการออนไลน์  // เมืองไทย 360องศา

อาจจะถือว่ากำลังเข้าลักษณะ “วิกฤตซ้ำซ้อน” ก็เป็นได้ สำหรับพวก “ม็อบสามนิ้ว” โดยเฉพาะพวก “แกนนำสามนิ้ว” ที่กำลังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหลายคน เนื่องจากศาลยกคำร้องประกันตัวระหว่างถูกดำเนินคดี เนื่องจากมีพฤติกรรมกระทำซ้ำแบบเดิมตามฟ้อง รวมไปถึงมีพฤติกรรมที่เห็นว่า มีการเคลื่อนไหวที่กระทบกับความรู้สึกของประชาชน จากข้อกล่าวหาในเรื่อง “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมไปถึง มาตรา 116 และอีกหลายมาตรา ล้วนมีอัตราโทษสูง อีกทั้งจำเลยพวกนี้ยังมีท่าทีที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ศาลจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำสั่ง แม้ว่าจะพยายามยื่นขอประกันตัวมาหลายครั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงคนยื่นประกัน รวมไปถึงการเพิ่มหลักทรัพย์ก็ตาม

หากพิจารณารายชื่อของบรรดาแกนนำม็อบสามนิ้ว ที่กำลังถูกคุมขังในเรือนจำเวลานี้ หลักๆ ก็เห็นจะมี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลหรือ “รุ้ง” นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นต้น ซึ่งเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ศาลได้ให้ประกันตัว หรือปล่อยตัวชั่วคราว นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ เพียงคนเดียว

เนื่องจากได้ยืนยันต่อศาลว่า หากได้รับการประกันตัวออกไปจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมอีก รวมไปถึงจะไม่แสดงพฤติกรรมในลักษณะจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ จะออกไปประกอบอาชีพโดยสุจริต

ขณะที่สองคนที่ยื่นขอประกันตัว และแม้ว่าจะยืนยันว่า จะไม่มีพฤติกรรมละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อีก แต่เอาเข้าจริงกลับมีการยื่นขอถอนทนาย และยังมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการละเมิดอำนาจศาลขึ้นมาอีก ทำให้ศาลไม่เชื่อ และยกคำร้อง

ส่วนในรายของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ที่เลือกใช้วิธีกดดันศาลด้วยการอดอาหารประท้วง หากไม่ได้รับการประกันตัว แต่ก็ยังดื่มนม และเครื่องดื่มเกลือแร่ หรือในกรณีของ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง นั้น ก่อนหน้านี้ เธอบอกว่าหากไม่ได้รับการประกันตัว จะใช้วิธีอดอาหารสามวัน ซึ่งก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาในภาพรวมจากสถานการณ์แล้ว อย่างที่บอกมาตั้งแต่ต้นว่า สำหรับพวก “ม็อบสามนิ้ว” ถือว่ากำลังเจอกับ “วิกฤตซ้ำซ้อน” เพราะหากพิจารณาจากความเป็นจริง ก็ต้องพูดว่ากำลังอยู่ในจุด “เสื่อมถอย” ทั้งขบวน ตั้งแต่ลูกพี่ ยันลูกน้อง รวมไปถึงบรรดา “อีแอบ” พวกอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั้งหลาย ที่วางแผนยุยง ดันหลังให้พวกเด็กออกมาเคลื่อนไหวจนถูกดำเนินคดีติดคุกกันระนาวในเวลานี้

ที่สำคัญก็คือ เวลานี้ไม่มีกระแสเหมือนกับช่วงชุมนุมก่อนหน้านี้ ทุกอย่างแผ่วลงเรื่อยๆ จนแทบไม่มีราคา แน่นอนว่า หลายคนอาจจะมองว่า กระแสของ “คนรุ่นใหม่” จุดติดแล้ว ก็ว่ากันไป แต่หากมองย้อนกลับไปในอดีต ก็มีกระแส “ไม่เอาเจ้า” มาตั้งแต่ยุค “เดือนตุลาฯ” เป็นความเร่าร้อนตามวัย ที่รับรู้ข้อมูลแบบผิวเผิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงวัยทำงาน ที่ต้องร่วมงานกับคนอื่น ความรู้สึกก็เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป

แต่เอาเป็นว่า ในสถานการณ์ตามจริงในเวลานี้ถือว่า “ม็อบสามนิ้ว” หมดแรงส่ง นั่นคือ ไร้พลังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว เวลานี้แม้แต่การสร้างแรงกดดันเพื่อให้สังคมหันมาสนใจก็ยังแทบไร้พลังใดๆ อีกแล้ว เหมือนกับที่กำลังเกิดขึ้นกับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” ที่ใช้วิธี “อดอาหาร” เพื่อต่อรองกับศาลให้ได้รับการประกันตัว โดยหวังให้เกิดพลังจากสังคมภายนอกช่วยกดดัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวัน จนถึงวันนี้ (11 เมษายน) ก็ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจะโดนค่อนแคะจากฝ่ายตรงข้าม ว่า “ไม่แน่จริง” เพราะของจริงต้อง “ดื่มแต่น้ำ” วัดกันไปเลย แบบที่นักสู้ในอดีตเคยทำให้เห็นมาแล้ว แต่การใช้วิธีดื่มนม ดื่มน้ำ น้ำดื่มเกลือแร่ มันก็ยังถือว่าไม่ใช่ขั้นสุด แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเขา

สิ่งที่ต้องพิจารณาตามความเป็นจริงก็คือ มาถึงนาทีนี้ การอดอาหารของเขามันไร้พลังในการกดดัน และนานไปสังคมก็เริ่มเฉยๆ หรือลืมเลือนไปแล้ว

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่มีเพจในกลุ่มพวกเดียวกันพยายามออกมาโพสต์เตือนสังคมว่า “อย่าลืมกัน” ว่า เพนกวิน อดอาหารมาแล้วร่วมเดือนแล้วนะ อะไรทำนองนี้ นั่นก็แสดงให้เห็นว่า บรรยากาศเริ่มเหงา ซบเซาลงไปเรื่อยๆ และที่สำคัญ โอกาสที่จะได้รับการประกันตัวก็แทบมองไม่เห็น เนื่องจาก “มาไกล” เกินกว่าที่จะย้อนกลับไปได้แล้ว เพราะจะเปลี่ยนแปลงท่าที มันก็เหมือนกับ “กลืนน้ำลาย” ตัวเอง

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาสถานการณ์รอบข้างยังมาเจอกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด ในรอบ 3 มันก็ยิ่งทำให้สังคมหันไปสนใจกับเรื่องความปลอดภัยใกล้ตัว ทำให้บรรดาแกนนำม็อบสามนิ้วพวกนี้ยิ่ง “โดดเดี่ยว” เพิ่มขึ้นไปอีก จนเวลานี้แทบจะไม่มีใครพูดถึงเรื่องดังกล่าว นอกเหนือจากคอยสังเกตอาการของตัวเอง จะมีความเสี่ยงติดเชื้อขึ้นมาหรือไม่ หรือรอฟังข่าวว่า มีการระบาด การติดเชื้อในพื้นที่ใดเพิ่มขึ้นจำนวนรายวันเท่านั้น

ดังนั้น หากพิจารณาสถานการณ์ของพวก “ม็อบสามนิ้ว” จึงไม่ต่างจาก “วิกฤตซ้อนวิกฤต” โดยเฉพาะพวกแกนนำจะเดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ทำไม่ได้ !!

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม