“อันวาร์ สาและ”เตือนรัฐยื้อเวลาจ่าย “ค่าโง่โฮปเวลล์” ดอกเบี้ยบาน ได้ไม่คุ้มเสีย วอนผู้นำเปิดหูรับฟังปัญหา

นายอันวาร์ สาและ ส.ส. ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม ประธานวิปฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์เตือนรัฐบาล ว่าอย่าคิดรื้อฟื้นคดีค่าโง่โฮปเวลล์ หวั่นซ้ำรอยเหมืองทองอัครา

ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะเรื่องนี้มีการเสนอญัตตินำเข้ามาพิจารณาในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ที่ผมนั่งเป็นประธานอยู่ จึงได้มีโอกาสรับฟังคำชี้แจง จากเจ้าหน้าที่การรถไฟ โดยอ้างว่าเป็นนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกระทำความผิด ซึ่งศาลได้วินิจฉัยไปแล้วว่า ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งเรื่องนี้ก็ควรจะจบ แต่เจ้าหน้าที่การรถไฟ ก็พยายามเปิดประเด็นใหม่ๆ แต่สุดท้ายก็ตอบคำถามจากคณะกรรมาธิการไม่ได้

ผมจึงเห็นว่า สิ่งที่คุณสุทิน คลังแสง ให้สัมภาษณ์นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐบาลพยายามยื้อเวลา เพื่อหาช่องทางล้มคำตัดสิน ทั้งๆที่น่าจะคาดการณ์ได้ว่าจะจบอย่างไร แต่จะทำไปทำไม มีเจตนาอะไร และเกิดประโยชน์กับใคร

เพราะล่าสุดศาลปกครองกลาง ก็ได้พูดชัดเจนว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ว่า ศาลปกครองกลางจะกระทำโดยชอบ โดยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลให้ยกเลิกคำตัดสินของศาลปกครองที่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดได้ นั่นหมายความว่าถึงอย่างไรก็ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่คู่กรณี คือบริษัทโฮปเวลล์ แต่ที่ยังดื้อดึงอยู่นั้น ท่านนายกฯ ควรตรวจสอบว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรหรือไม่ เพราะเงินที่จะต้องใช้ชดเชย ไม่ใช่เงินของผู้มีอำนาจ และต้องการยื้อเวลา แต่เป็นเงินภาษีของประชาชน ยิ่งจ่ายช้า ดอกเบี้ยก็ยิ่งทบมากขึ้นทุกๆวัน

กรณีโฮปเวลล์ เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดว่า อาจจะมีการเรียกร้องผลประโยชน์ เพื่อจะยุติคดีหรือไม่ เพราะบางเรื่อง กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาอยู่ในศาล กระทรวงคมนาคมเจรจายอมความกันทั้งๆที่ยังไม่มีคำตัดสิน เช่นดังกรณี BEM ฯลฯ

การฟ้องร้องและยอมความระหว่างรัฐบาลกับเอกชนมีมากมายในหลายหน่วยงาน นอกจากจะทำลายความเชื่อมั่นและบรรยากาศในการลงทุน และยังสร้างความเสียหายต่องบประมาณของแผ่นดิน ที่ต้องไปใช้จ่ายในการเสียดอกเบี้ยเพิ่ม โดยไม่มีใครรับผิดชอบนั้น

เรื่องนี้ท่านนายกควรต้องแก้ไข โดยรัฐบาลต้องออกกฎหมายให้ บุคคลหรือหน่วยงานใดที่ต้องการรื้อคดีทั้งๆที่คดีเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ต้องรับผิดชอบถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากคำตัดสินของศาล

ผมเสนอเรื่องนี้ให้ท่านนายกพิจารณา ด้วยความห่วงใยภาพลักษณ์ของประเทศชาติ แม้ว่าผมจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ผมได้ประกาศแล้วว่า ผมจะร่วมรัฐบาลด้วยความจริงใจ ทำในสิ่งถูกให้เป็นถูก ผิดให้เป็นผิด ไม่ใช่ว่าเป็นรัฐบาลแล้ว จะทำอะไรถูกไปทุกเรื่อง โดยไม่ฟังคำทักท้วง เช่นเรื่องวัคซีน ผมเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 และ 30 มกราคมที่ผ่านมา ว่าควรสั่งการให้ อย.เปิดโอกาสให้เอกชนนำเข้าวัคซีน แต่ก็ไม่มีใครรับฟัง คุณสุทิน คลังแสง ก็ได้อภิปรายแล้วที่สภาฯ เสนอว่าหากไม่มีกฎหมายอนุญาตให้รัฐบาล จ่ายเงินมัดจำค่าวัคซีน ก็ให้เสนอเป็นร่างกฎหมายมา ฝ่ายค้านจะผ่านให้ทั้ง 3 วาระรวด ถูกบันทึกเป็นคลิปส่งแพร่หลายกันไปทั่ว แต่รัฐบาลก็ไม่ฟัง

บัดนี้เกิดวิกฤตระบาดรอบสาม วุ่นวายกันทั้งประเทศ นักวิชาการ และสื่อทุกสาขาวิชาชีพรายงานข่าวพร้อมทั้งเสนอบทความ ตลอดจนล่าสุดภาคเอกชนคือ สมาคมนักธุรกิจ และบริษัทชั้นนำของประเทศ กว่า 40 บริษัท ชี้แนะถึงปัญหา และเสนอว่ารัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้ถูกทาง ทำให้เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ยิ่งทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น ถึงขนาดนี้แล้ว ผมก็หวังว่ารัฐบาลควรต้องเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะของทุกฝ่าย เพื่อรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม