‘โตโต้’ โอดเอาเราไปขังเหมือนเอาเราไปฆ่าด้วยโควิด “นพ.วรงค์” ตอกกลับใครกันแน่นำเชื้อเข้าคุก!

นายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าหลังจากตัวเลขที่ทางกรมราชทัณฑ์เปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ สำหรับผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำทั้งสองแห่ง คือ ทัณฑสถานหญิงกลาง (คลองเปรม) 1,040 ราย และเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 1,795 ราย รวมทั้งสองแห่งเป็น 2,835 ราย นี่คือตัวเลขที่ไม่ได้บอกละเอียดชัดว่าอัพเดทล่าสุดเมื่อไร และมีอาการหนักหรือมีการเสียชีวิตไปแล้วกี่ราย รวมถึงว่านี้คือตัวเลขของเรือนจำเพียง 2 แห่งจาก 144 แห่งทั่วประเทศ

ตนเคยให้สัมภาษณ์และโพสต์เพื่อตั้งคำถามต่อมาตรการดูแล และจัดการเรื่องโควิด-19 ภายในเรือนจำ มาก่อนหน้านี้หลายวันตั้งแต่ผมอยู่ข้างใน จนออกมาข้างนอก ทนายของเราหลายคนพยายามร้องขอต่อศาลว่า พวกเราที่อยู่ข้างในนั้นอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดภายในเรือนจำ ขอให้ศาลเร่งพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวเราก่อนจะสายไป แต่ก็ไร้ผล สุดท้ายก็ถึงวันที่เรารู้สึกว่า หรือพวกเขารวมหัวกันเอาเราไปขังเหมือนตั้งใจเอาเราไปฆ่าให้ตายด้วยเชื้อโควิด ถ้าเพื่อนเราไม่ติดกันอย่างนี้ สังคมภายนอกคงไม่มีทางรู้ว่าเรือนจำกำลังเป็นแหล่งเพาะเชื้อฯ และคงไม่มีใครสนใจเพื่อนมนุษย์ในแดนสนธยาที่แม้ใครจะเจ็บจะตายก็ยากที่ใครจะรับรู้ได้

ตนหวังว่าเสียงเรียกร้องของพวกเราที่มีความหวังดีต่อทุกหน่วยงานภายใต้สถานการณ์เลวร้ายนี้จะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และมีประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มต้นจากการที่ศาลต้องให้ประกันตัวผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด หรือมีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ต้องขังทางการเมืองที่ทยอยติดกันวันเว้นวัน อย่างต่อเนื่อง  และแน่นอนว่า จบงานนี้ต้องมีคนรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เราจะไม่ยอมให้ใครมาพรากอิสระภาพเราไป แล้วยังมาหมายเอาชีวิตเราด้วยความละหลวมโดยจะตั้งใจก็ดีหรือไม่ตั้งใจก็ดี

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า โดยมีรายละเอียดดังนี้  ใครกันแน่ที่นำเชื้อโควิดเข้าเรือนจำ

วันที่ 12 พ.ค. 64 มีรายงานออกมาว่า ทัณฑสถานหญิงกลาง มียอดผู้ติดเชื้อโควิดรวม 1,040 ราย  และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มียอดผู้ติดเชื้อรวม 1,795 ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ

การที่มีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมากเช่นนี้ ถ้านับระยะฟักตัวมาสู่การติดต่อ น่าจะมีการติดเชื้อมาก่อนพอสมควร ไม่ใช่เพิ่งเกิด คำถามที่น่าคิดคือ ใครบ้าง? ที่มีโอกาสนำเชื้อโควิดเข้าเรือนจำ

1.ผู้ต้องหารายใหม่ ตามมาตรฐานที่เรือนจำชี้แจง ต้องแยกกักตัวคนเหล่านี้ 21 วัน และมีการทดสอบโควิดทุกราย ดังนั้นคนกลุ่มนี้น่าจะมีโอกาสน้อย

2.เจ้าหน้าที่เรือนจำ ซึ่งเข้าออกทุกวัน ก็น่ามีโอกาส แต่เพราะบรรยากาศของการแพร่ระบาด ที่ทุกคนต้องป้องกันตนเอง แม้จะมีโอกาส แต่น่าจะน้อยเช่นกัน

3.ผู้ที่ออกมาขอยื่นประกันตัวที่ศาล ในช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นมีการชุมนุมที่หน้าศาล ชนิดหลายคนไม่ใส่หน้ากาก ไม่มีระยะห่าง ดื่มสุรา ทำลายข้าวของ และมีโอกาสที่จะมีการระบาด ของเชื้อในกลุ่มผู้ชุมนุม

ไม่ต่างจากการที่รุ้ง มาที่หน้าเรือนจำช่วงเย็น วันที่ 11 พ.ค.นี้ ทั้งๆ ที่ตนเองรอผลตรวจโควิด ที่ผลจะออกมาตอนค่ำ และมาทราบผลตรวจว่าตนเองติดเชื้อตอนค่ำวันนั้น ซึ่งมีโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้มาร่วมชุมนุมคนอื่นแล้ว

ที่สำคัญคนกลุ่มนี้ ในการชุมนุมแต่ละครั้ง รู้ก็รู้ว่าไม่ควร เพราะโควิดกำลังระบาด แต่ก็ไม่เคยสนใจ จึงง่ายต่อการแพร่ระบาด และคนพวกนี้มักจะมาให้กำลังใจผู้ถูกคุมขัง ขณะเดินทางมาที่ศาล เพื่อยื่นขอประกันตัว จึงเป็นไปได้ไหม ที่ผู้ที่ออกมาที่ศาล จะรับเชื้อไปแพร่ระบาดในเรือนจำ

ตนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คนเหล่านี้ต้องร่วมกัน รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ช่วยป้องกันการแพร่ระบาด ในช่วงที่โควิดยังระบาดอยู่ จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะดีขึ้น

ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข ที่ปรับแผนการฉีดวัคซีน ด้วยการกระจายอำนาจ ให้ทางจังหวัดจัดการ ใครสะดวกก็ฉีดได้เลย (walk in) ตนเชื่อว่าตามแผนใหม่ที่มีการปรับเรื่องการฉีดวัคซีน น่าจะทำให้ แผนการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทั้งประเทศบรรลุผลได้ไม่ยาก

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม