จับตาศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องบ้านพักลุงตู่

บ้านเกิดเมืองนอน  สิริอัญญา   วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.

ข่าวคราวเกี่ยวกับกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำตัดสินกรณีที่มีการร้องขอให้วินิจฉัยว่าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พักอาศัยในบ้านพักของกองทัพบกหลังจากพ้นตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก แล้ว เป็นการได้รับประโยชน์อันเป็นการขัดกันเรื่องผลประโยชน์และอื่นๆ ขอให้วินิจฉัยว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หลังจากกองทัพบกซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงมีคำสั่งให้งดการไต่สวน และนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 2 ธันวาคม นี้

จึงเป็นเรื่องฮือฮาขึ้นในวงการเมืองและในวงการกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีแบบนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยวินิจฉัยเป็นตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว และเป็นผลให้อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน้อยสองคนพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว

การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งงดการไต่สวนหลังจากได้รับคำชี้แจงของกองทัพบกก็มีความหมายอยู่ในตัวว่าตามคำคู่ความที่มีการยื่นต่อศาลและตามเอกสารหลักฐานที่มีการยื่นและชี้แจงต่อศาลนั้นข้อเท็จจริงแห่งคดีเพียงพอเป็นข้อยุติที่ศาลจะรับฟังได้แล้วโดยไม่ต้องทำการไต่สวนอีกต่อไป ศาลจึงมีคำสั่งให้งดการไต่สวนและนัดฟังคำตัดสิน

เพราะเหตุที่คดีอยู่ระหว่างการวินิจฉัย ดังนั้นจึงไม่ควรที่ใครจะออกความคิดความเห็นว่าผลคดีจะเป็นอย่างไรเพราะเป็นการก้าวล่วงและไม่เคารพต่อศาล แต่ทว่าความเป็นไปได้ทั้งหมดที่ศาลจะวินิจฉัยคดีเป็นอย่างไร และผลที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไรนั้นอยู่ในวิสัยที่จะพิจารณากันได้

ดังนั้นในเรื่องแรกคือความเป็นไปได้ทั้งหมดที่ศาลจะวินิจฉัยเห็นจะมีดังต่อไปนี้

ความเป็นไปได้ที่หนึ่ง ข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติในสำนวนคดีนั้นฟังได้ว่าไม่เป็นความผิด และยกคำร้อง

ความเป็นไปได้ที่สอง ข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติในสำนวนคดีนั้นฟังได้ว่าเป็นความผิด และเป็นผลให้นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่ง แบบเดียวกันกับนายสมัคร สุนทรเวช และคนอื่นๆ

ความเป็นไปได้ที่สาม ข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติในสำนวนคดีนั้นฟังได้ว่าเป็นความผิด แต่ไม่ถึงขั้นที่จะต้องพ้นจากตำแหน่ง

จะเป็นไปทางใดก็ต้องติดตามผลกันในวันที่ 2 ธันวาคม นี้กัน

และเมื่อคาดคำนึงถึงผลทุกทางดังกล่าวแล้ว ในทางการเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ก็พอจะคาดหมายได้ดังนี้

ประการแรก ถ้าผลของการตัดสินทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปไม่ว่าด้วยเหตุผลประการใด ประเทศไทยก็จะเป็นไปดังที่เป็นมา

ประการที่สอง ถ้าผลของการตัดสินทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากตำแหน่ง กรณีก็เป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะประชุมและเลือกนายกรัฐมนตรีกันต่อไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเบื้องต้นก็ต้องเลือกจากบัญชีรายชื่อที่มีการเสนอไว้ก่อนเลือกตั้ง ได้แก่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีชื่ออยู่เหมือนเดิม แต่จะมีโอกาสได้รับเลือกหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีผลเป็นการตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วยหรือไม่ ถ้าไม่มีผลเช่นนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการเสนอชื่อด้วย แต่ถ้าผลของการตัดสินของศาลเป็นการตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็ทำให้ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งต้องคอยติดตามผลในประการนี้ในวันที่ 2 ธันวาคม นี้เช่นเดียวกัน

ถ้าหากรัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีคือผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อไม่ได้รับคะแนนเสียงที่เพียงพอก็จะต้องเลือกจากบุคคลภายนอก ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

ปมเงื่อนอันหนึ่งในรัฐธรรมนูญที่ซ่อนเงื่อนไว้ก็คือตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งจำนวน 6 คนคือผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญว่ามีอำนาจพิเศษอะไร แต่ในสถานการณ์เช่นนั้นมติหรือความเห็นของสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งทั้ง 6 คนนี้อาจมีฐานะเท่ากับมติของวิปของวุฒิสภาก็ได้ เพราะเป็นมติหรือเป็นเสียงของผู้ที่ดูแลรับผิดชอบความมั่นคงของบ้านเมือง

แต่ผลจะเป็นประการใดก็จะต้องคอยดูความเป็นไปที่จะเกิดขึ้น และอย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะผู้ที่สนใจทางการเมืองจะได้ใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์หรือคิดอ่านเรื่องราวทางการเมืองว่าจะเป็นประการใดต่อไป

แต่ที่น่าวิตกอย่างยิ่งก็คือความศรัทธาเชื่อมั่นต่อนักการเมืองของประเทศไทยในวันนี้เป็นอย่างไร ย่อมเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายจะได้ตระหนักและทบทวนเพื่อไม่ให้สถานะของอำนาจนิติบัญญัติเสื่อมโทรมลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่

มิฉะนั้นหากคนทั้งหลายเห็นว่าสถาบันนี้ไม่เป็นที่พึ่ง ไม่เป็นหลักให้แก่การปกครองบ้านเมือง มีแต่เรื่องเหม็นคาวฉาวโฉ่เหลวไหลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อนั้นเขาก็จะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นหรือเห็นว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงนักการเมืองเหล่านี้ก็เป็นไปได้

.

ล่าสุด

การเมือง

Latest Posts

[ #1ธันวาบอกลาเครื่องแบบ : วิกฤติ หรือ โอกาส ในมือของกระทรวงศึกษาธิการ ]

https://youtu.be/UI_KjZr1j_Y พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu . ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 30 พฤศจิกายน ต่อเนื่องถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2563 กระแสของ #1ธันวาบอกลาเครื่องแบบ ได้ทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมายในสังคมไทย . ไม่ว่าจะเห็นด้วย หรือ เห็นต่าง ต่อการที่นักเรียนกลุ่มหนึ่งสวมชุดไปรเวทไปโรงเรียน แต่สิ่งที่ทุกคนน่าจะเห็นตรงกัน คือเหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ของการศึกษาไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่กฎระเบียบซึ่งอยู่คู่กับโรงเรียนไทยมายาวนาน ถูกตั้งคำถามและท้าทาย “ความศักดิ์สิทธิ์” . ในมุมหนึ่ง...

ในหลวง พระราชทานถุงยังชีพ 10,000 ชุด ช่วยผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช

FB Nakhon Si Thammarat นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความระบุว่า ในหลวง พระราชทานถุงยังชีพ 10,000 ชุด ช่วยผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถุงยังชีพ 10,000 ชุด ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานถุงยังชีพ จำนวน 10,000...

“อ.กบ” ฝาก “โฟกัส” ทวงหนี้จำนำข้าวเน่า…นอกจากวิจารณ์งบสร้างสภา

https://youtu.be/SvpLLD0v0WI จากกรณี โฟกัส จีระกุล ได้เข้าร่วมการประชุมอนุกรรมาธิการศึกษาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมและอีสปอร์ต ในพิจารณาแนวทางในการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมและอีสปอร์ต ณ รัฐสภา ห้องประชุม สผ. 405 ในประเด็นการลงทุนและพัฒนาเกม เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 63 ต่อมาโฟกัสได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กพาทัวร์รัฐสภาแห่งใหม่ โดยพาชมภายในตึก พาไปดูส่วนของห้องประชุมในส่วนตึกสุริยัน โฟกัสกล่าวในไลฟ์ขณะพาทัวร์ว่า ห้องบนที่ตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ก่อนจะแซวว่าต้องระวังอาจจะโดนลอฟต์ยิง (ลอบยิง) ส่วนกระจกเป็นลายหยดน้ำ ก่อนจะผายกล้องไปให้ชมกระจกที่มีรอยแตกร้าว หลายคนที่เคยสอบถามว่ารัฐสภาเป็นอย่างไร...

เศรษฐกิจ-สังคม

ยอดนิยม